“จตุธรรมธาตุ” ๔ พระธาตุแดนใต้ ตอนที่ 1

วัดพระธาตุในเมืองไทย มีอยู่ทั่วทุกภาค แต่ถ้าเรามาเที่ยวภาคใต้ จะมีพระธาตุสวยงาม สะกดให้เราสงบนิ่ง ชื่นชม ศรัทธา ถึง 4 พระธาตุ ใน 4 จังหวัด คือ พระบรมธาตุสวี วัดพระธาตุสวี จ.ชุมพร, พระบรมธาตุไชยา วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จ.สุราษฎร์ธานี, พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช และ พระมหาธาตุวัดเขียนบางแก้ว วัดเขียนบางแก้ว จ.พัทลุง

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ในกลุ่ม 4 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา ไหว้ 4 พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ ภายใต้แคมเปญ“จตุธรรมธาตุ -ท่องเที่ยวธรรมะ กราบ 4 พระธาตุแดนใต้ กุศลยิ่งใหญ่ในชีวิต”ขึ้น

วัดพระบรมธาตุสวี อยู่ใน อ.สวี จ.ชุมพร ติดริมน้ำ เป็นพระธาตุเก่าแก่อายุกว่า 700 ปี โดยมีตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งที่พระเจ้าศรีธรรมโศกราช เสด็จนำทัพไปป้องกันการรุกรานจากข้าศึก แล้วเคลื่อนทัพกลับมาพักยังบริเวณที่เป็นวัดพระบรมธาตุสวีในปัจจุบัน ได้พบเห็นเหตุการณ์ประหลาด มีกาเผือกและฝูงการ้องเกาะอยู่บนซากกองอิฐพร้อมกระพือปีกร้องเซ็งแซ่  พระองค์จึงสั่งให้ทหารรื้อซากอิฐฐานเจดีย์ใหญ่ พบผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จึงโปรดให้สร้างฐานเจดีย์ คร่อมพระเจดีย์ใหญ่  แล้วจัดงานสมโภชเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน พร้อมพระราชทานนามว่า“พระบรมธาตุกาวีปีก”  ต่อมา คำว่า ปีก ถูกตัดหายไป เหลือ พระธาตุกาวี ครั้นนานเข้า คำก็กร่อนลง กลายเป็น พระธาตุสวี  และยกฐานะจากวัดร้าง ให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์เมื่อปี 2325

    

นอกจากไหว้พระธาตุแล้ว มาถึงชุมพร ไม่ควรพลาดไหว้กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นสิริมงคล

 

ชุมพรเป็นเมืองกาแฟพันธุ์โรบัสต้า วิสาหกิจชุมชมกลุ่มกาแฟบ้านถ้ำสิงห์ ผลิตกาแฟยี่ห้อถ้ำสิงห์ ทั้งปลูก คั่ว ได้กาแฟพันธุ์โรบัสต้าชั้นดี หอมฉุย

  

ถ้าไปไม่ถึงวิสาหกิจชุมชนกาแฟถ้ำสิงห์  เราแวะนั่งชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตก รับลมเย็น ชมวิวเมืองชุมพรได้ที่ เขามัทรี ที่นั่นมีร้านกาแฟถ้ำสิงห์แสนเก๋ บรรยากาศดี

    

โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ เป็นพื้นที่พัฒนาที่แรกของภาคใต้ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริเริ่มต้นโครงการแก้มลิง ปัจจุบัน มีการปรับภูมิทัศน์ของพื้นที่ มีสะพานไม้เคี่ยม ที่ชาวบ้านร่วมแรงกันสร้างขึ้นตามภูมิปัญญาท้องถิ่น และมีจุดขายผลิตภัณฑ์จากชาวบ้านด้วย

ที่อ.ละแม จ.ชุมพร มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เหมาะกับคนชอบช้อปปิ้ง หาของกิน คือ หลาดใต้เคี่ยม ซึ่งเป็นตลาดที่เกิดจากการรวม 1 ผลิตภัณฑ์ 1 ตำบล ทุกตำบลใน อ.ละแม โดยสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นอาหารพื้นเมือง ผัก-ผลไม้ปลอดสารพิษ ขนมพื้นบ้าน เครื่องดื่มในกระบอกไม้ไผ่ รวมไปถึงสินค้าแฮนด์เมดหลากหลายแบบ มีจุดนั่งพักฟังเพลง การแสดง มุมถ่ายภาพ มุมต้นไม้ หลาดใต้เคี่ยม อยู่ตรงข้ามวัดปากน้ำละแม จังหวัดชุมพร เปิดทุกวันอาทิตย์ 09.00 – 16.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานชุมพร โทรศัพท์ 0 7750 2775

 

อีกหนึ่งพระธาตุแดนใต้ ไม่ควรพลาด…พระบรมธาตุไชยา ประดิษฐานอยู่ที่ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี  เป็นพระธาตุเก่าแก่คู่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมานานกว่า 1,200 ปี มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรมุขซ้อนชั้นลดหลั่นกันไป มีสถูปขนาดเล็กอยู่ตามมุมสี่เหลี่ยม ด้านนอกมีพระพุทธรูปสามพระองค์ และซุ้มหลวงพ่อโต

     

คำขวัญสุราษฎร์ฯ นั้น มีประโยคหนึ่งกล่าวว่า “แหล่งธรรมะ” เพราะมีสถานที่เป็นแหล่งรวมธรรมะ และที่ สวนโมกขพลาราม  ก็เป็นวัดที่ท่านพุทธทาสภิกขุเป็นผู้ริเริ่มสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2502 เพื่อเป็นสถานที่แสวงหาความสงบและศึกษาธรรม ท่านอาจารย์พระพุทธทาสภิกขุ ได้การรับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก  ภายในบริเวณวัดมีโรงมหรสพทางวิญญาณ ซึ่งประกอบด้วยภาพศิลป์ บทกวี คติธรรมคำสอนในพุทธศาสนานิกายต่าง ๆ  รอบบริเวณร่มรื่น มีคำสอนติดอยู่ในทุกๆ ที่ เหมาะสำหรับเป็นที่ฝึกอบรมจิตใจและศึกษาพุทธศาสนา สวนโมกขพลาราม เดิมชื่อวัดธารน้ำไหล อยู่บริเวณเขาพุทธทอง ริมทางหลวงหมายเลข 41  โทร. 0 7743 1552, 0 7743 1597 หรือ www.suanmokkh.org

          

วัดถ้ำสิงขร เคยเป็นพระอารามหลวงเมื่อครั้งสมัยเก่าก่อน เพราะเป็นวัดที่พระเจ้าแผ่นดินสมัยนครศรีวิชัยทรงสร้างขึ้นไว้ มีใบเสมาคู่เหลือเป็นหลักฐาน ในลุ่มน้ำคลองยัน (คลองขยัน) และลำน้ำคีรีรัฐ นอกจากเจดีย์เก่าแล้ว มีถ้ำโบราณที่ฝาผนังถ้ำประดับด้วยเครื่องลายครามสมัยโบราณและภาพวาดฝาผนัง หน้าถ้ำเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์โบราณสมัยศรีวิชัย ภายในถ้ำมีพระประทานองค์ใหญ่ ชาวบ้านเรียกว่า “พระมาลัย” และพื้นที่ปฏิบัติธรรม

        

นอกจากวัดแล้ว สุราษฎร์ธานี มีเขื่อนขนาดใหญ่ เป็นเขื่อนเอนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้  มีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน  สร้างเสร็จในเดือนกันยายน 2530 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2530  ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร” ปัจจุบัน นอกจากจะเป็นเขื่อนพลังงานไฟฟ้าช่วยบรรเทาอุทกภัย แก้ไขน้ำเสียและผลักดันน้ำเค็มแล้ว ยังอนุญาตให้มีสัมปทานที่พักรีสอร์ท แต่ควบคุมไม่ให้มีมากเกินไป

   

จุดชมวิวสะพานแขวนภูเขารูปหัวใจ หรือ สะพานแขวนเขาพัง หรือ สะพานแขวนเขาเทพพิทักษ์ ตั้งอยู่ก่อนเข้าปากทางเขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นสะพานที่ถูกสร้างขึ้นโดย อบต.เขาพัง เมื่อปี 2546 อยู่ข้างวัดเขาพัง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวบ้านทั้งสองฝั่งคลองได้ใช้สัญจรไปมา เมื่อข้ามฝั่งไปจะเป็นสวนผลไม้ โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเขาเทพพิทักษ์ ได้จัดเปิดให้นักท่องเที่ยวชมและรับประทาน

มาสุราษฎร์ธานี พลาด หอยนางรม ไม่ได้เลย … และยังมีอาหารอร่อยอีกหลากหลายให้คุณลอง

คราวหน้าเราจะมาต่อกันอีกสองจังหวัดแห่งจตุธรรมธาตุ โปรดติดตามตอนต่อไป