“กรมการท่องเที่ยว” แนะนักท่องเที่ยว ตรวจสอบทัวร์ ต้านกลลวงทัวร์เถื่อน

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แนะนำวิธีเลือกซื้อรายการนำเที่ยวและตรวจสอบข้อมูลบริษัทนำเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมชี้แจงมาตรการการปกป้องและคุ้มครองนักท่องเที่ยว กรณีที่ได้รับบริการไม่เป็นไปตามข้อตกลง หรือไม่ตรงกับรายการนำเที่ยวที่นักท่องเที่ยวซื้อ

การท่องเที่ยวของไทยในช่วงเทศกาล หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ช่วงวันหยุดยาว” อาทิ เทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ เป็นต้น เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวชาวไทยได้ใช้โอกาสในช่วงวันหยุดออกไปท่องเที่ยวพักผ่อนในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต หรือชลบุรี เป็นต้น รวมถึงในพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ

 

เมื่อปริมาณความต้องการเดินทางท่องเที่ยวมีมาก จึงเป็นเหตุให้มีผู้แอบอ้างเป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเสนอขายทัวร์ให้กับนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเสนอขายทัวร์แบบราคาโปรโมชั่น มีราคาถูกกว่าปกติ เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวซื้อทัวร์ เมื่อนักท่องเที่ยวซื้อทัวร์แล้วมักจะไม่ได้ท่องเที่ยวตามแพ็กเกจที่ผู้แอบอ้างเสนอขาย เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวได้รับความเสียหายจากปัญหาการหลอกขายทัวร์

“อนันต์ วงศ์เบญจรัตน์” อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กวดขันจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่มีใบอนุญาต หรือใช้มัคคุเทศก์ซึ่งไม่มีใบอนุญาต เพื่อเป็นการป้องปรามผู้คิดกระทำความผิด และได้มีแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายเรื่องการเพิ่มวงเงินหลักประกันการประกอบธุรกิจนำเที่ยว

นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัททัวร์ อาทิ สถานที่ตั้ง เว็บไซต์ที่เป็นทางการ การจดทะเบียนผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายเลขโทรศัพท์ หรืออี-เมล์ที่สามารถติดต่อได้ โดยราคาแพ็กเกจทัวร์ที่ซื้อต้องสมเหตุสมผล สามารถเปรียบเทียบกับโปรแกรมทัวร์ในเส้นทางนำเที่ยวเดียวกันจากหลายๆ บริษัทที่เสนอขายทางอินเทอร์เน็ต ตรวจสอบความชัดเจนของรายละเอียดในแพ็กเกจทัวร์ ตรวจสอบเรื่องการชำระเงินว่าต้องชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารที่น่าเชื่อถือ โดยนักท่องเที่ยวอาจนำ Code จองตั๋วเครื่องบินไปตรวจสอบกับสายการบินที่จะเดินทาง หรือตรวจสอบการจองที่พักกับโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการนำเที่ยว เป็นต้น ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวต้องเก็บใบเสร็จรับเงินค่าซื้อทัวร์และรายการนำเที่ยวที่ตกลงกับบริษัททัวร์ไว้ เพื่อเป็นหลักฐานในกรณีที่มีเหตุต้องร้องเรียนบริษัททัวร์

 

หากนักท่องเที่ยวซื้อแพ็กเกจทัวร์จากบริษัททัวร์ หรือผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่จดทะเบียนมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวถูกต้อง นักท่องเที่ยวจะได้รับการเยียวยาความเสียหายจาก “กองทุนคุ้มครองธุรกิจนำเที่ยว” ในวงเงินไม่เกินหลักประกันที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวนั้นๆ วางหลักประกันไว้ ส่วนกรณีนักท่องเที่ยวซื้อแพ็กเกจทัวร์จากบริษัททัวร์ที่ไม่มีใบอนุญาต หรือซื้อบริการอื่นที่ไม่ใช่รายการนำเที่ยว เช่น บริการที่พัก บริการรถเช่า เป็นต้น กรณีเหล่านี้ไม่เข้าข่ายขอบเขตอำนาจของกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ นักท่องเที่ยวจะต้องร้องเรียนไปที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

สำหรับรูปแบบการหลอกขายทัวร์มีหลากหลายรูปแบบ เช่น การขายทัวร์ในรูปแบบแพ็กเกจทัวร์ที่ต่ำกว่าความเป็นจริง หรือราคาต่ำกว่าทุน นักท่องเที่ยวอาจไม่ได้เดินทางจริงเมื่อถึงเวลาเดินทาง ไม่สามารถติดตามตัวผู้หลอกขายทัวร์ได้ หรือได้เดินทางแต่โปรแกรมการเดินทางไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในรายการนำเที่ยว หรือถูกบังคับให้เข้าร้านขายสินค้าที่ระลึกมากกว่าการพาไปยังแหล่งท่องเที่ยว การใช้มัคคุเทศก์เถื่อน ทำให้ไม่สามารถบรรยายให้ความรู้ หรือให้บริการนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวได้ตามที่นักท่องเที่ยวคาดหวัง การหลอกขายทัวร์ในรูปแบบ One Day Trip ซึ่งขายในราคาถูกและหลอกนักท่องเที่ยวซื้อได้ง่าย แต่เมื่อถึงกำหนดเวลานัดกลับไม่มีรถมารับแต่อย่างใด หรือการหลอกลวงขายทัวร์ที่แฝงมาในรูปแบบของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ หรือธุรกิจขายตรง

อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า นักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบข้อมูลบริษัทที่ขายทัวร์ว่ามีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยให้นำชื่อบริษัททัวร์และเลขที่ใบอนุญาตมาตรวจสอบได้ที่ http://www.tourism.go.th หรือ http://122.155.9.61:8087/mobiletourguide/info/license/tour ในการตรวจสอบต้องดูเลขที่ วัน เดือน ปีที่ออกใบอนุญาตตามกฎหมายซึ่งจะมีอายุ 2 ปี ใบอนุญาตตรงประเภทตามรายการนำเที่ยว และไม่มีประวัติเคยถูกร้องเรียน หรือสามารถโทรสอบถามได้ที่ Call Center 0 2401 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง