พระราชวังสนามจันทร์ แดนฝันในเทพนิยาย

ไม่ไกลจากพระปฐมเจดีย์ ท่ามกลางแมกไม้ร่มรื่น มีปราสาทแบบยุโรปหลังน้อยที่ชวนให้จินตนาการถึงปราสาทกลางป่าแสนสวยในเทพนิยายฝรั่ง…  พระราชวังสนามจันทร์แห่งเมืองนครปฐม แม้ไม่มีสิ่งก่อสร้างใหญ่โตอลังการ แต่ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศโรแมนติกชวนฝันยิ่งกว่าพระราชวังอื่นใดในเมืองไทย

 

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้ทรงสร้างพระราชวังนี้คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ผู้ทรงเป็นกวีเอกที่ปราดเปรื่องเรื่องวรรณกรรมทั้งของยุโรปและไทย และได้ทรงพระราชนิพนธ์แปลบทละครเรื่อง โรเมโอและจูเลียต ระหว่างประทับอยู่ที่นี่

 

เอกลักษณ์ของพระราชวังสนามจันทร์ คือพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ที่ดูเหมือนปราสาทในเทพนิยาย โดยเป็นอาคารทรงยุโรปขนาดเล็กแบบเรอเนซองส์ผสมฮาล์ฟทิมเบอร์ มีหอคอยเล็ก ๆ ประดับอยู่ 4 มุม พระตำหนักนี้สร้างขึ้นเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านหลังมีสะพานข้ามคลองเชื่อมไปยังพระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ ที่ประทับของฝ่ายในซึ่งสร้างเป็นคฤหาสน์เล็ก ๆ แบบนีโอคลาสสิก

การสร้างพระตำหนัก 2 องค์นี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยจากบทละครเรื่อง My Friend Jarlet ของ Arnold Goldsworthy และ E.B. Norman ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์แปลเป็นบทละครไทยเรื่อง “มิตรแท้”  มีตัวละครเอกคือ เอมิล ยาร์เลต์ (Emile Jarlet) หรือชาลี ผู้เสียสละตนเองให้ทหารฝ่ายตรงข้ามนำไปประหารชีวิตแทนปอล (Paul) ผู้เป็นเพื่อนและเป็นคนรักของมารี เลอรูซ์ (Marie Leroux) ลูกสาวของตน แสดงถึงความรักอันลึกซึ้งระหว่างเพื่อน และพ่อกับลูกสาว

  

จากพระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ เดินต่อไปไม่กี่ก้าวก็ถึงพระตำหนักทับขวัญซึ่งเป็นเรือนไทยภาคกลาง ให้ความรู้สึกแตกต่างราวเดินทางข้ามทวีป พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างพระตำหนักนี้ขึ้นเพื่อรักษารูปแบบเรือนไทยแท้ ๆ เอาไว้ไม่ให้สูญหาย ห่างออกไปยังมีพระตำหนักและพระที่นั่งแบบยุโรปและแบบไทยที่สวยงามต่างกันไปอีกหลายองค์ เป็นเสน่ห์หลากหลายที่มารวมกันอยู่ราวกับความฝัน

 

บริเวณพระราชวังสนามจันทร์นี้เดิมเรียกว่า เนินปราสาท เชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งพระราชวังของกษัตริย์สมัยโบราณ มีสระน้ำใหญ่ชื่อว่า สระน้ำจันทร์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดบรรยากาศอันร่มรื่น จึงโปรดให้สร้างพระราชวังขึ้นที่นี่ตั้งแต่ พ.ศ. 2450 ครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็นสยามมกุฎราชกุมาร เพื่อเป็นที่ประทับในคราวเสด็จมานมัสการพระปฐมเจดีย์ และเมื่อขึ้นครองราชย์แล้วก็เสด็จมาประทับบ่อย ๆ โดยทรงใช้เป็นสถานที่ซ้อมรบของกองกำลังเสือป่าซึ่งทรงจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนทหารในการป้องกันประเทศ อีกทั้งมีพระบรมราโชบายที่จะใช้พระราชวังนี้เป็นที่มั่นหากกรุงเทพฯ ถูกข้าศึกรุกราน

ปัจจุบันพื้นที่ส่วนหนึ่งของพระราชวังสนามจันทร์เป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร ส่วนบริเวณพระที่นั่งและพระตำหนักต่าง ๆ อยู่ในการดูแลของสำนักพระราชวัง โดยได้รับการบูรณะจนกลับคืนสู่ความสวยงามชวนฝันสมดังที่เป็นพระราชวังของพระมหากษัตริย์นักกวี

วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม 2561 พระราชวังสนามจันทร์ จะเปิดให้เที่ยวชมอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมจัดงาน “111 ปี รำลึก…พระราชวังสนามจันทร์” โดยเชิญชวนแต่ง ชุดไทยย้อนยุค สัมผัสบรรยากาศและวิถีชาววังสมัย รัชกาลที่๖ กินอาหารสำรับโบราณ ช้อปตลาดพื้นถิ่น
ทุกตำหนักจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ภาพถ่ายพระราชวังสนามจันทร์ ข้าวของเครื่องใช้โบราณ
เข้าร่วมงานได้ตั้งแต่ 10.00-21.00 น.

เข้าเยี่ยมชมพระราชวังเต็มรูปแบบทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 9.00-16.00 น.