ททท.โปรโมท 20 เส้นทางอาหารถิ่น ชวนกลุ่ม Foodie ส่งทริปกินประกวด

ททท. จัดประกวด 20 สุดยอดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ “Food Tourism” ชิงเงินล้าน ภายใต้โครงการ “Eat Local : Locallicious” เน้นโปรโมทเส้นทางอาหารถิ่น พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมด้านอาหารร่วมกับเชฟชุมชน ตั้งเป้าดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้า 55 เมืองรอง ด้วยไอเดียแปลกใหม่ที่สายกินต้องว้าว

นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจและวิจัยพบว่าเทรนด์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ต้องการเสาะแสวงหาสถานที่ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใครไป (Off The Beaten Path) ทั้งยังมองหาอาหารท้องถิ่นที่มีความแปลกใหม่ ชอบเสพเรื่องราวและค้นหาความสามารถของตัวเองผ่านการเรียนรู้ร่วมกับคนในท้องถิ่น ตลอดจนมีหัวใจที่ต้องการสนับสนุนสินค้าชุมชนโดยตรง จึงทำให้การท่องเที่ยวเชิงอาหารเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในปี 2561-2563 เพราะอาหารเป็นเครื่องมือบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละชุมชนนั้นได้อย่างมากมาย ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวีตของคนในท้องถิ่น

ททท.จึงจัดโครงการ “Eat Local : Locallicious” ซึ่งเป็นการประกวด 20 สุดยอดทริปสายกิน “Thailand Food Tourism Challenge” ภายใต้ 55 เมืองรองด้วยไอเดียแปลกใหม่ที่ใครเห็นเป็นต้องว้าว โดยเน้นการสร้างประสบการณ์ด้านอาหารให้นักท่องเที่ยวชาวไทย รวมถึงชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย (Expat) ได้สัมผัสวัฒนธรรมการกิน และวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น โดยเน้นเรื่องกิน 70% และเรื่องเที่ยว 30% (Half Day / One day / 2 Day 1 Night Trip) โดยมีกิจกรรมไฮไลท์เปิดตัวโครงการได้แก่ โชว์ทำอาหารจากเชฟกระทะหล่อโดย “สุรกิจ เข็มแก้ว” หรือ “เชฟปิง” ที่มาสร้างประสบการณ์อาหารแบบเชฟเทเบิ้ลจากวัตถุดิบท้องถิ่นในงาน

โครงการ “Eat Local : Locallicious” ยังเป็นการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองโดยใช้อาหารเป็นเครื่องมือในการทำ Destination Marketing ผลักดันสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของแต่ละจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ตลอดจนพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอาหาร Food Tourism ให้เป็นจุดขายทางการตลาดเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในท้องถิ่นเพื่อกระจายโอกาสเชิงรายได้ลงสู่เมืองรอง ตามเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 3.5 แสนล้านบาท

การเฟ้นหาสุดยอด 20 ทริปสายกินใน 55 เมืองรองมุ่งเป้าผู้เข้าร่วมประกวดไปที่กลุ่ม Food Lover กลุ่มเชฟรุ่นใหม่ กลุ่มวัยทำงาน กลุ่มนักศึกษา กลุ่มบริษัททัวร์ กลุ่มบล็อกเกอร์สายกิน-เที่ยว และกลุ่ม Local Expert ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสามารถส่งมอบประสบการณ์ด้านอาหาร (Food Experience) รู้แหล่งกิน-เที่ยวแบบเจาะลึก ทั้งมีความชำนาญและใฝ่รู้ทางด้านอาหาร

สำหรับระยะเวลาของโครงการฯ แบ่งเป็น 4 ช่วง ได้แก่ ช่วงแรกในเดือนมิถุนายน จะเป็นช่วงประชาสัมพันธ์เพื่อรับสมัครผู้เข้าแข่งขัน ช่วงที่ 2 คือเดือนกรกฎาคม จะเป็นช่วงที่ผู้เข้าแข่งขันสร้างสรรค์ทริปท่องเที่ยวสุดครีเอทิฟ ช่วงที่ 3 ในเดือนสิงหาคม ผู้เข้าแข่งขันจะทำการประชาสัมพันธ์ทริปของตนเองผ่านทางช่องทางออนไลน์ และช่วงสุดท้ายคือเดือนกันยายน จะเป็นช่วงแข่งขาย โดยจะขายทริปผ่านช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.thelocallicious.com

จากนั้นจะมีการจัดงานขาย 20 สุดยอดฟู้ดทริป “Thailand Food Tourism Mart” ณ ศูนย์การค้าชั้นนำ โดยมีกิจกรรมมากมายภายในงาน อาทิ กิจกรรมเวิร์คชอปกับเชฟชื่อดัง มินิคอนเสริต์จากศิลปินค่ายต่างๆ กิจกรรมสำหรับครอบครัว และอื่นๆ อีกมากมาย โดยตลอดระยะเวลาของโครงการฯ จะมีการประชาสัมพันธ์โครงการอย่างต่อเนื่องทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อมากมาย อาทิ แพคเกจ 3 วัน 2 คืนโรงแรม รีสอร์ทห้าดาวในพื้นที่เมืองรอง อาทิ สันธิญา เกาะยาวใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ สปา, ภูใจใส, Katiliya Mountain Resort & Spa จ.เชียงราย, มันนอก ไอส์แลนด์ รีสอร์ท (Munnork Island Resort) ฯลฯ ตั๋วเครื่องบินไป-กลับเที่ยวเมืองรองจากแอร์เอเชีย บัตรส่วนลดจากร้านอาหาร และดีลห้องพักสุดพิเศษจาก HotelQuickly.com สำหรับสมาชิก Locallicious

ในส่วนของแนวทางของการออกแบบทริปนั้นสามารถเน้นการทำกิจกรรมลงมือทำผสมกับการได้ชิมลิ้มลองอาหารและวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาไม่ได้จากที่ไหน บรรยากาศการกินอาหารในสถานที่แปลกใหม่แบบไทยเท่ โดยการออกแบบทริปสามารถทำได้ในหลายรูปแบบ อาทิ การเจาะลึกตะลุยแหล่งวัตถุดิบแล้วนำมาเรียนรู้กับเชฟท้องถิ่น การลุยตลาดเด็ดที่ขาชิมไม่ควรพลาด การทำอาหารเมนูสูตรชนเผ่ากับเชฟชุมชน และการสร้างประสบการณ์กินสุดว้าวที่หาจากที่อื่นไม่ได้

ขณะที่เกณฑ์การตัดสินจะมาจากการการคัดเลือกจำนวน 2 รอบ โดยรอบที่ 1 จะตัดสินจากการคัดเลือกบวกกับคะแนนจากยอด like และ share โพสต์ของผู้เข้าแข่งขัน โดยผู้ที่มีคะแนนสูงสุด 40 ทีมแรกจะได้ผ่านเข้ารอบที่ 2 ซึ่งคณะกรรมการของโครงการฯ จะเป็นผู้ทำการคัดเลือก 20 ทริปสุดท้ายจาก 40 ทริปที่เข้ารอบ เพื่อนำทริปมาทำการขายจริงแก่นักท่องเที่ยว โดยผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 20 ทีมแรกจะได้รับรางวัลรวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 370,000 บาท ส่วนการแข่งขันรอบที่ 2 ผู้เข้ารอบ 20 ทีมจะมาแข่งขันขายทริปจริง โดยผู้ที่ได้ยอดขายสูงสุด 5 ทีมแรกจะได้รับเงินรางวัลเท่ายอดขายจริง

โครงการ “Eat Local : Locallicious” ได้รับความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมประกวดจากหลายภาคี อาทิ PlanB Media ในการเป็นสื่อประชาสัมพันธ์หลักของโครงการ, HQHotelquickly สนับสนุนดีลพิเศษที่พักของผู้เข้าประกวด, สายการบินไทยแอร์เอเชีย สนับสนุนตั๋วเครื่องบินการเดินทางแก่ผู้เข้าประกวด รวมถึง Take Me Tour, Wongnai และเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ในการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าประกวดในด้านต่าง ๆ

กรรมการผู้ตัดสินของโครงการฯ  ได้แก่ นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท., นายสุธีรพันธุ์ สักรวัตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ผู้บริหารสูงสุดการตลาด ธนาคารไทยพาณิชย์, นายกิตติ พรศิวะกิจ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย, นายยอด ชินสุภัคกุล ผู้บริหารจาก Wongnai Media, น.ส.ณพีรา เตชาชาญ ผู้บริหาร Napira Travel Stylist และนายนพพล อนุกูลวิทยา ผู้บริหาร Take Me Tour

 

สำหรับผลที่ได้รับหลังจากโครงการนั้นคาดว่าจะก่อให้เกิดการแชร์ประสบการณ์กินที่น่าสนใจในหมู่นักท่องเที่ยว เกิดทริปกินเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน ได้ยอดขายที่เป็นรูปธรรม ทั้งยังเพิ่มรายได้ให้คนในท้องถิ่นไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท รวมถึงเป็นการกระตุ้นให้เกิดผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวหน้าใหม่

ผู้สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสนใจสมัครเข้าประกวดสามารถรับรายละเอียดได้ที่ Facebook : thelocallicious หรือเว็บไซต์ www.Thelocallicious.com