กม.0 เกาะหมาก

0
11

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาะหมาก เป็นเป็นบ้านไม้เก่าสองชั้น ริมทะเล ในนั้นมีรูปภาพและข้าวของเครื่องใช้ดั้งเดิมของคนในตระกูลเก่าแก่ของเกาะ    เสน่ห์ของพิพิธภัณฑ์นี้ อยู่ที่ภัณฑารักษ์เจ้าบ้าน ที่จะเป็น “คนเล่าเรื่อง” สนทนากับทุกคนที่มาเยือน

“พิพิธภัณฑ์นี้บอกเล่า 3 เรื่องครับ  ประเด็นแรก คือเชื้อสายของคนเกาะหมาก เป็นใคร         เรื่องที่ 2.  เมื่อร้อยกว่าปีก่อน เราอยู่ที่ไหน และ 3 เราอยู่กันอย่างไร เมื่อรับทราบจะได้รู้ว่าทำไมเกาะหมากจึงมีปัจจุบันเป็นแบบนี้  “ คุณธานินทร์ สุทธิธนกูล หรือคุณเอก เจ้าของบ้าน อธิบาย

คุณธานินทร์ สุทธิธนกูล เจ้าบ้านใจดี
คุณธานินทร์ สุทธิธนกูล เจ้าบ้านใจดี

“ เดิมเราอยู่เกาะปอ เป็นเกาะเล็กๆในเขตเกาะกง ของกัมพูชา เมื่อร้อยกว่าปีก่อน เรียกว่า   ประจันตคีรีเขต ต่อมารัชกาลที่ 5 ต้องทรงยอมแลกเสียมราฐ พระตะบอง ศรีโสภณไป เอาจันทบุรีกับตราดไว้ พวกเราจึงย้ายจากเกาะกงมาอยู่ที่ตรงนี้ ตั้งแต่ พ.ศ.2447  โดยรวมเราอยู่กันที่นี่มา 110 ปี ”

    90%ของพื้นที่ยังถือครองโดยคนเกาะหมาก สถานประกอบการร้านค้าเกินครึ่งก็เป็นของคนเกาะหมาก ซึ่งเรียนรู้เรื่องธุรกิจท่องเที่ยวมากว่าร้อยปีแล้ว

“รัชกาลที่ 5 ประพาสต้นเกาะหมาก 2 ครั้ง เกาะกระดาด 7-8 ครั้ง เราเริ่มต้นการท่องเที่ยวแบบนั้น   จนมาถึงรุ่นผมมีคุณลุงคุณอาพาเพื่อนเยอรมันมาเที่ยวเมื่อ พ.ศ. 2514   เป็นการมาเที่ยวจริงจัง  ก็เลยสร้างรีสอร์ทบนเกาะ เสร็จเมื่อ พ.ศ. 2515 ”

วันนี้เกาะหมากมีธรรมชาติทางทะเลแสนงาม  ผู้คนบนเกาะมีความเป็นอยู่เรียบง่าย สิ่งอำนวยความสะดวกมีตามความจำเป็น นักท่องเที่ยวข้ามมาเยือนปีละประมาณ 60,000 คน ในจำนวนนี้ ร้อยละ10 -15% จะกลับมาอีก

 

k7_resize
ควรมาเยือนก่อนมืด เพื่อช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าค่ะ

   เราก็ตั้งคำถามว่า คนที่มาซ้ำอีกอีก เขามองหาอะไร ?  มาทีแรกจ่ายคืนละพันสองพัน มาอีกครั้งเขาย่อมอยากจะใช้เงินเท่าเดิมแต่อยากอยู่ให้นานขึ้น  ตลาดใหม่ของเราจึงได้แก่นักท่องเที่ยวลองสเตย์  อันนี้จะดีตรงที่เงินกระจายทั่วถึงหมด ตาสีตาสา คนปลูกผักอยู่บ้าน ได้เงินหมดเลย ”

เราจึงประกาศตัวเป็นเกาะท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  เราทำเกษตรเพื่อเอามาโปะเรื่องท่องเที่ยว แต่เดิมเราทำเพื่อส่งเข้าเมือง แล้วรีสอร์ทก็ตามไปซื้อกลับมา  เราก็เลยปลูกมันตรงนี้ เท่าที่รีสอร์ทอยากได้  ”

หลายรีสอร์ท จึงทำเกษตรเพื่อป้อนครัวตัวเอง โดยเฉพาะที่เกาะหมากซีฟู๊ดของคุณธานินทร์  อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหมาก  เรี่ยวแรงสำคัญในการสร้างเกาะหมากให้เป็น   Low Carbon Destination

“เรื่องเกษตรพึ่งพาตนเองที่นี่ทำมา 3-4 ปีแล้วครับ เราเอาแนวพระราชดำริมาปรับใช้ คนกลางหายไป เงินก็อยู่ที่เรา เหนื่อยน้อยลงแต่ได้กำไรสูงขึ้น แล้วก็ตรงประเด็นเรื่อง Low Carbon เพราะไม่มีการเคลื่อนย้าย ไม่ต้องเดินทาง  เราต้องทำกิจกรรมที่มันปล่อยคาร์บอนน้อยๆ ใช้พลังงานน้อย มีขยะเกิดขึ้นน้อย”

หากช่างสังเกตสักหน่อย นักท่องเที่ยวจะเห็นแผงโซลาเซลล์ทั่วเกาะ  มีโรงแยกขยะ และมีพื้นที่สีเขียวมากกว่าพื้นที่ท่องเที่ยว

k16_resize

สะพานทางเดินยาว 500 เมตร ของCinnamon Spa @ Resort บนเกาะหมาก ใช้ไฟส่องสว่างทีได้จากจากพลังงานแสงอาทิตย์

    “ เราทำโซลาเซลล์เพราะเราดูแลเองได้ ไม่ต้องพึ่งช่าง  และเราเป็นเกาะ  ปีหน้าเคเบิ้ลส่งสายไฟฟ้ามา แต่เรายังเดินหน้าโซลาเซลกันต่อ  อีกอย่าง.. รัฐบาลพยายามเหลือเกินที่จะทำโรงไฟฟ้า พลังงานนิวเคลียร์   เราไม่อยากได้ แต่เราไม่ไปว่าเขา เพราะมันเป็นภาพรวมประเทศ เราก็แค่หาทางสร้างพลังงานของตัวเองให้พอ ” คนเกาะหมากมองการณ์ไกลเช่นนี้

ถนนบนเกาะหมาก บางช่วงยังเป็นดินแดง เรียบและสะอาดตา
ถนนบนเกาะหมาก บางช่วงยังเป็นดินแดง สองข้างทางเป็นสวนยางและสวนผลไม้
เกาะหมากมีรูปพรรณคล้ายดาวสี่แฉก

“ การจะรักษาบ้านเราไว้ให้ดี เราต้องเอากฎ 80/20มาจับ คือใช้พื้นที่เพื่อธุรกิจท่องเที่ยวได้ถึง 20% แล้ว 80%ทำเกษตร  ตอน นี้ 90% เราเป็นพื้นที่เกษตร เกาะหมากจึงยังโตในเรื่องท่องเที่ยวได้อีกเท่าตัวครับ  ทำไมเราจึงต้องมีพื้นที่เกษตร ?  เพราะถ้าคนยืนบนรายได้การท่องเที่ยวอย่างเดียว วันนึงถ้าการท่องเที่ยวร่วง จะโดยการเมืองหรือภัยพิบัติอะไรก็ตาม คนจะเดือดร้อนขาดสติ

ซึ่งเมื่อ เราทำท่องเที่ยวแค่ 10-20% ถ้าการท่องเที่ยวร่วง เรายังอยู่ได้ด้วยรายได้เกษตร 80% นั้น เราไม่ทุรนทุราย  ถามว่างั้นเราจะอยู่ได้นานแค่ไหนเมื่อมีปัญหาเรื่องการท่องเที่ยว  อย่าลืมว่าการท่องเที่ยวจะเป็นเรื่องแรกที่รัฐบาลแก้ปัญหาทันที เพราะเป็นรายได้หลักของประเทศ ดังนั้นไม่ต้องกังวล เขาแก้ให้ก่อน  เรามีพื้นที่เกษตรเลี้ยงตัวไว้ เราจะอยู่ได้

k9_resize k8_resize

เกาะหมากเรามีสัญญาประชาคมที่กำลังจะพัฒนาเป็นธรรมนูญเกาะนั่นคือ  1 ไม่แนะนำให้เอารถข้ามมา  ข้อ 2. ไม่ส่งเสริมกีฬาทางน้ำที่ใช้เครื่องยนต์   3. ไม่มีโสเภณี และ 4. เราไม่มีคลับบาร์ เพราะเราต้องการตลาดหลักคือแฟมิลี ถ้ามีคลับบาร์โฉ่งฉ่าง เราจะเสียตลาดแฟมิลี่ไป

    นาฬิกาที่นี่เดินช้า แต่บันไดของการเติบโตมันเหมือนกันทุกเกาะ ตราบใดที่จำนวนคนท้องถิ่นมากกว่า เราควบคุมได้  เพราะถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงมากๆแล้วมีผลกระทบเราจะนั่งลงคุยกัน
ตอนนี้สิ่งที่เราพยายามทำคือจะยื้อมันให้นานที่สุด

 

Kilometre 0, Koh Mak

 

Koh Mak Museum is a two-storey wooden house by the sea and keeps a lot of pictures and some personal belongings of a family living on Koh Mak for generations.

 

What makes it so special is the curator who “tells” stories and entertain all visitors.

k13_resize k6_resize

“This museum tells three stories,” said Thanin Sutthithanakul or Ek, the curator and the owner of the museum. “First, it tells the story about Koh Mak first settlers. Second, where were we a hundred years ago. Third, how we lived. When combined together, you will understand why our way of life today is like this.”

 

“Previously, we lived on Koh Po, a small island in Koh Kong in Cambodia which is called Prachan Khiri Khet a hundred years ago. Later King Chulalongkorn had to let Cambodia take Siem Reap, Battambang and Srisopon in exchange for Chanthaburi and Trat. That was in 1904 when we moved from Koh Kong to where we are now, which is over 110 years already.”

 

Today, 90% of the island is owned by locals. More than half of shops and business are locally owned because the people here have learned about tourism business for more than a century.

k15_resize k14_resize k7_resize

“King Chulalongkorn visited Koh Mak twice and 7-8 times to Kho Kradad. That’s how tourism business here began. My uncles invited German friends to stay here in 1971 and thus built a resort on the island which was completed in 1972.”

 

Koh Mak today continues to enjoy the beautiful sea, simple lifestyle and necessary facilities just enough for living. Each year, the island welcomes approximately 60,000 visitors and 10-15% of them come back later.

 

“We wonder why people repeat their visits and what they look for. If they spend 1,000 Baht per night at the first time, they would want to pay the same in their next trip but stay longer. So, now our target is those who come for a long stay. This is good in a way that the money goes to all, even those growing vegetables in the backyard,” said Thanin.

 

“We therefore make Koh Mak an eco-tourism destination. We grow vegetables for tourism. Well, in the past, we grew vegetables and sell them in the city. Then resorts and hotels here had to buy them back for visitors. Finally, we only grow vegetables to sufficiently supply to local resorts and hotels.”

k18_resize k17_resize

k5_resize

May resorts on Koh Mak also grow vegetables for their own supply, especially at Koh Mak Seafood, a restaurant owned by Thanin himself who is the former Koh Mak Tambon Administration head and a key person who initiate an idea to make Koh Mak a Low Carbon Destination.

 

“We have adapted His Majesty’s self-sufficiency theory and applied the concept to agricultural activities for 3-4 years already. No middle man. We work, we sell vegetables and we earn the money. We are less tired and still enjoy more income. We can also achieve low carbon mission because goods are not transported elsewhere. We do the activities that involve less emission, consume less energy and generate less waste.”

 

If you look well, you will see solar cells everywhere, a garbage separation plant and wider green area than recreation area.

 

We use solar cells that we can make and maintain, without depending on technicians. We live on an island so it’s quite difficult to seek help from outsider. Next year, electricity supply will reach the island, but we will not quit solar power. Well, the government seems to push hard for nuclear-generated electricity plant. We don’t want one. However, we do not complain because it’s national strategy. We only try to generate sufficient energy for all on the island,” said Thanin.

 

“To keep our home in good shape, we have to adopt the 80/20 rule. I mean, 20% of the total area on the island is allocated for tourism industry and the remaining 80% is for agricultural activities. At present 90% of the total area on the island is used for agricultural activities. Therefore, tourism industry on Koh Mak has strong potential to double. If you ask why agriculture, well, can you imagine what would happen if the entire tourism industry collapse for whatever reason like natural disaster and political issue. People will then be panicking.

 

“Well, tourism industry accounts for only 10-20% of our income today. If the tourism industry collapses now, we will continue to live well on agricultural products and activities. We won’t be affected. How long can we survive without tourism industry? Think about this. The tourism industry will surely be the first addressed by the government because tourism industry is the major source of national income. So, there is nothing to worry. While waiting for the government to solve the macro problem, we will continue to maintain self sufficiency. We still have income from agricultural activities. We will survive,” he said.

 

“We here on Koh Mak have an agreement that will soon become the Koh Mak Charter. The agreement consists of 4 rules – 1) Do not bring cars in; 2) Do not promote watersports that require equipment with engine; 3) No prostitute; 4) No club and bar. The rules were created because we want to target family visitors. Loud night entertainment will surely disperse away family visitors.”

k16_resize

k9_resize k8_resize

Time goes slowly here. Development trend is the same everywhere. However, as long as the number of locals is more than visitors, we can still control things. When there is a significant change that affects us all, we will sit down and find a solution together. What we are trying to do is to keep our current way of life as long as we can.”

Text Sirinapa / Photo

Blogger นักเดินทาง เขียนเล่าเรื่องเที่ยวอย่างอิสระ เพื่อวันพักอันแสนสุข