คณะกรรมการทะเลแห่งชาติ มีมติเห็นชอบให้มีการควบคุมดูแลการสร้างสิ่งก่อสร้างป้องกันชายหาด

0
3

จากการที่ชายฝั่งแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน มีความเปลี่ยนแปลงทั้งจากธรรมชาติ และผลกระทบจากมนุษย์
เมื่อ 10-20 ปีก่อน เรามีการสร้างสิ่งก่อสร้างป้องกันชายฝั่ง ซึ่งก็แตกต่างไปในแต่ละพื้นที่ตามความเหมาะสม
ยุคนั้นมี EIA คอยคุม การก่อสร้างริมฝั่ง/ในทะเล ยาวเกิน 200 เมตร ต้องผ่าน EIA
แม้มีปัญหาอยู่บ้าง แต่ระบบยังมีการคัดกรองควบคุม

แต่ปัญหาแท้จริงเริ่มในปี 56 เมื่อกระทรวงทรัพยากรฯ มีมติยกเลิกการทำ EIA กับกรณีดังกล่าว

ผมไม่ทราบว่ายกเลิกทำไม แต่ผลของการยกเลิกเป็นที่ทราบกัน
“การก่อสร้างเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเนื่อง ลุกลามไปเรื่อย เกิดการเสียสมดุลของระบบนิเวศ ฯลฯ”
เมื่อไม่มีการคุมการคัดกรอง ปัญหาเกิดมาก ดังที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ

จึงต้องรื้อระบบทั้งหมดตั้งแต่ปี 2558 (สภาปฏิรูป) ต่อเนื่องยาวนานจนมาเป็นแผนปฏิรูปประเทศ/ยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อสร้างระบบใหม่มาให้ได้

ระหว่างนั้น คณาอาจารย์ผู้รู้เรื่องทะเลและธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เช่น อ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ และ อ.ศศิน เฉลิมลาภ
ก็ช่วยกันผลักดันจนเข้าวาระของคณะกรรมการทะเลชาติเพื่อเสนอครม.

ปี 2561 ครม.มีมติรับทราบแนวทางป้องกันและแก้ไขกัดเซาะ
จนมาถึงวันนี้ มีการจัดทำกลุ่มหาด ตามกระบวนการที่ต้องมี

แต่ที่สำคัญสุดคือ ร่างประกาศกระทรวง กำหนดว่า
ให้พื้นที่ตั้งแต่แนวชายฝั่งออกไปในทะเลเป็นเขตมาตรการป้องกันการกัดเซาะ
ห้ามมิให้มีการดำเนินโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันคลื่น/เขื่อนป้องกันตลิ่ง เว้นแต่จัดทำมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม

มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในที่นี้คือ Enviromemtal Checklist จัดนำเสนอเพื่อขออนุญาตจากอธิบดีกรมทะเลหมายถึงว่า เรากำลังจะมีอะไรบางอย่างมาดูแลการก่อสร้างประเภทนี้ทั้งหมด
ไม่ใช่ให้สร้างไปก่อน พอบางแห่งเกิดปัญหาก็มาวุ่นวาย เหมือนที่้เคยเกิดมาตลอดในช่วง 6-7 ปี
และพอสร้างไปแล้วก็ยากต่อการแก้ไขหรือหยุดยั้งเพราะกม.ไม่เปิดช่อง หรือเปิดไว้ก็นิดเดียว ยากที่จะเกิดผลปฏิบัติได้

การวิ่งวุ่นไปทุกทิศทาง เป็นข่าวหาดนี้ ต่อไปหาดนั้นหาดโน้น มันมองไม่เห็นจุดจบ

แต่ตอนนี้เรากำลังจะมีประกาศฉบับนั้น กำลังจะมีจุดจบ
และยังมีอีกหลายกระบวนการ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่ต้องไปใช้เป็นแนวทาง ต่อเนื่องถึงสำนักงบประมาณ ฯลฯ

ในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าห้ามสร้าง แต่ก่อนสร้างต้องมีการพิจารณาว่าควรไหม โดยทำอย่างรอบคอบ และกรมทะเลมีอำนาจในการพิจารณา
นี่คือการแก้ไขแบบมองไปข้างหน้าจนครบ ปิดแก๊ปที่เราเคยมีมาในอดีต

อ.ธรณ์ยังเสนอเพิ่มเติมว่า โครงการที่สร้างอยู่ตอนนี้มีปัญหา ขอให้คณะอนุกรรมการกัดเซาะ ไปพิจารณาใหม่

ทั้งหมดนี้ กรรมการทะเลชาติรับมติทั้งหมด
ซึ่งกรรมการชาติในที่นี้ มีท่าน รองนายกประวิตร เป็นประธาน ท่าน รมต.วราวุธ เป็นรองประธาน ท่านปลัดกระทรวง/ท่านอธิบดี ทุกคนอยู่พร้อมในที่ประชุมวันนี้
และมีกรรมการระดับปลัดกระทรวงในแทบทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น คมนาคม มหาดไทย ท่องเที่ยว กองทัพเรือ ฯลฯ

เพราะฉะนั้น นี่คือการประชุมระดับสูงสุด และต่อจากนี้ก็เข้าครม.
เป็นอันว่าการทำงานต่อเนื่องยาวนานของหลายต่อหลายคน จะส่งผลสักที

เจ๊เขียว กราบขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันมาตลอด นับตั้งแต่ปี 2558
รวมถึงทุกท่านในกรรมการชาติ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่พยายามเรื่องนี้มาตลอด

อ.ธรณ์บอกว่า “หลายเรื่องในเมืองไทยมันไม่ง่ายหรอก ยิ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายมันยิ่งยาก แต่ถ้าเราไม่ละความพยายาม มุ่งหน้าทำไปเรื่อยๆ สักวันมันจะสำเร็จ ในอนาคตเราจะยังเก็บหาดดีๆ แบบในภาพนี้ไว้ให้ลูกหลานเราไปเดินจูงมือกันได้ครับ หมายเหตุ – รายละเอียดในประกาศแบบเป๊ะๆ รอให้เป็นทางการก่อนนะครับ..” อ.ธรณ์ กล่าว

KORN  บล็อกเกอร์ผู้รักการท่องเที่ยวทุกลมหายใจ  จะพาไปพัก ไปกิน ไปดู และแบ่งปันกัน