น้ำเงินแท้ The Musical

0
276

น้ำเงินแท้ ทุกสิ่งล้วนมีเหตุผลของมัน
ละครเวทีร้องทั้งเรื่อง ที่สนุกอย่างอัศจรรย์

ไม่ใช่ละครการเมือง
หากแต่คือละครชีวิตครบรส รัก แค้น
โศก สุข เอาชนะ ให้อภัย แง่คิดคมคาย
มีเสียงหัวเราะ มีน้ำตาพร่าพราย
จบลงด้วยความเข้าใจ และอิ่มใจเหลือล้น
ละครไม่เข้าข้างใคร ไม่เอน ไม่ประณาม ไม่สรรเสริญเยินยอใคร
แค่บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดตามครรลองชีวิต ไม่มีคำสอนเชย ๆ แต่มีแง่มุมให้คิดต่อได้เอง


ต้นแสง ตัวละครหลัก พาเราไปพบคนอื่นอีกนับสิบ ในบรรยากาศสุภาพบุรุษลูกผู้ชาย บนช่วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย เกือบทุกคนมีตัวตนจริง

นิยายดีไม่ได้การันตีว่าจะเป็นละครได้สนุกทุกเรื่อง
แต่น้ำเงินแท้ของวินทร์ เลียววารินทร์
ถูกดัดแปลงสู่บทละครเวที sung through
โดยดารกา วงศ์ศิริ ผู้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง

สำหรับผู้ชม ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือมาก่อน ไม่ต้องรู้และสนใจประวัติศาสตร์การเมือง ก็ดูละครเรื่องนี้ได้สนุก
ผู้เขียนและเพื่อน ๆ ไปดูมาหลายวันแล้ว เสียงเพลงและคำร้องยังก้องวนเวียนอยู่ในหัว ประทับใจจนคิดว่าจะต้องไปดูอีก ..

การเลือกประเด็นขึ้นมาเล่า
ทำได้แจ่มชัดเหมาะเจาะ
จับใจความ สั้น ยาว เบา ขยี้
จังหวะจะโคนเร้าใจ ภาษาง่ายและงาม

เมื่อได้การกำกับการแสดง นักแสดง
ดนตรี ฉาก แสง และเทคนิกอุปกรณ์
ที่ออกแบบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ก็เป็นละครเพลงที่ให้ความเพลิดเพลิน
ตลอดเวลาที่ชมการแสดง

ในฐานะคนดู
ความสุขเริ่มตั้งแต่เปิดฉากแรก
แล้วค่อย ๆ ตระหนก ตื่นเต้น
ติดตามทำความเข้าใจไหลลื่น
ทุกเหตุผลของทุกตัวละคร
ไม่ว่าพวกเขาจะมีมุมคิดทางการเมือง
แบบประชาธิปไตยจริงแท้
หรือแค่อยากมีอำนาจ
ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเจ้า เป็นอำมาตย์
เป็นสื่อมวลชน เป็นสามัญชน เป็นผู้คุม
เป็นผู้พิพากษา เป็นผู้กุมชะตา หรือเป็นเหยื่อ

ทุกฉากมีคำถาม มีคำตอบ เต็มไปด้วยความสนุกหรรษา เริงร่าน้ำตาริน

ผู้ชายกว่ายี่สิบคนบนเวที แม้มีเสื้อผ้าเพียงสองสี คือน้ำเงิน และ กากี แต่ล้วนมีบุคลิกเฉพาะตนอย่างชัดเจน จนไม่ง่ายที่จะเอ่ยชื่นชมใครเป็นพิเศษ

แม้ผู้หญิงจะสำคัญและร้องดีเล่นเก่ง ก็ต้องยอมรับว่าเวทีนี้ ผู้ชายครอง
แนน สาธิตา พรหมพิริยะ เป็นสุนันท์ สาวิตรานนท์ คนรักที่คงมั่นสัญญา เสียงร้องไพเราะคู่ควรบทนางเอก

ต้นแสง ที่แสดงโดยเก้ง เขมวัฒน์ เริงธรรม
นำเรื่องได้สมศักดิ์ศรีตัวละครเอก

โบกี้ จิตรคุปต์ สุนทรศิลป์ชัย
ในบท สอ เสถบุตร
ถ่ายทอดความเป็นปราชญ์ภาษาได้ดีงาม
จนไม่แปลกใจเลย ว่าการที่ทายาทของตัวละครที่ท่านมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ มาชมมาปลื้มมาชื่นใจแทบทุกรอบการแสดง ช่วยยืนยันความน่าสนใจของน้ำเงินแท้ อย่างไม่ต้องป่าวประกาศโฆษณา (เพราะไม่มีทุนจะโฆษณา และทีมงานก็แสดงเต็มที่ตามจำนวนรอบที่มีเท่านั้น)

อรรถพล ทองประเสริฐ เป็น ม.จ.สิทธิพร กฤดากร
แม้อยู่ในเรือนจำ
ความสง่างามยังเปล่งออร่าเรืองแสง
เสียงร้องเสียงพูดสะกดใจ

ครูก๊อง ศุษณะ ทัศน์นิยม เป็นอรุณ บุนนาค ที่สร้างสีสันให้ความหม่นของชุดนักโทษสีน้ำเงินแท้ สว่างขึ้นด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนดู

พอร์ช อภิวัฒน์ อภิวัฒน์เสรี
เป็นพระยาศราภัยพิพัฒ (เลื่อน ศราภัยวานิช)
เขาบอกว่าแรกเห็นบทก็ตื่นเต้น
เกรงคนดูจะเข้าใจว่าเป็นละครการเมืองแล้วจะกลัว
แต่นักแสดงอย่างเขายิ่งแสดง ยิ่งอิน ยิ่งรักเรื่องนี้

คนที่เรียกความสนใจได้แรงจนใจเต้น
ก็คือเวลล์ ดิษย์กรณ์ ดิษยนันท์
ในบท ขุนยมเทเวศน์
เสียงอันมีพลังและการแสดงที่ชวนให้คิดถึงจอห์นนี เดปป์
ทำให้บรรยากาศการติดคุกของนักโทษการเมือง
ทั้งบางขวางและตะรุเตา
มีรสชาติเข้มจนขนลุก

มิวสิค นวปฎล มิ่งทุม ในบทช่วง โชติจินดา
เป็นอีกคนหนึ่งที่บุคลิกท่าทางแปลกและดี
เสียงร้องสมเป็นนักร้อง
ซึ่งก็เช่นเดียวกับทุกคนในเรื่องนี้ ที่ร้องเพลงได้ดีควรค่ากับเนื้อร้องที่คมคิด และทำนองที่ติดหู

ถ้าจะมีเนื้อที่เหลือให้ชื่นชมได้อีกคน
ขอยกให้ ไอ้แมลงวัน ซันนี่ เอเอฟ7 เสกรัก ชัยศรศรายุทธ
ตัวละครที่สร้างขึ้นมาได้แสนวิเศษและพิเศษ
ซึ่งซันนี่จัดระเบียบร่างกายและใช้การเคลื่อนไหวทุกองศาได้ประทับใจจริง ๆ

ถ้าจะถามว่าให้คะแนนเท่าไร
ไม่เขินเลยที่จะให้ 10/10
ดูจบแล้วยังอยากตีตั๋วกลับไปดูซ้ำ

การนำเสนอละครที่ไม่มีซุปตาร์โด่งดังค้บฟ้ามาร่วมแสดง และการเลือกเรื่องที่ไม่แมสในโลกบันเทิง
แต่กลับจัดแสดงในโรงใหญ่ระดับ M Theatre
เป็นสิ่งที่ต้องใช้พลังใจมหาศาล
ไม่รักละครเวทีจริงทำไม่ได้ .. คนดูก็เช่นกัน

สุวรรณดี จักราวรวุธ ผู้กำกับการแสดงรางวัลศิลปาธร บอกไว้ในสูจิบัตรว่า
“Impossible ต่างกับ Possible อย่าให้ I กับ M มาขวางทางเราได้ ก็แค่กำจัดสองอักษรหน้าออกไป ทุกอย่างก็เป็นไปได้ดังใจ” จากเนื้อเพลงหนึ่งในเรื่องนี้

เราหวังว่าละครเวทีดีมากเรื่องนี้ จะมีคนดูมากพอ ที่คณะละครเวทีทุนไม่หนาอย่าง Dreambox จะมีพลังทำงานดีมีคุณค่าเช่นนี้ต่อไปอีกนาน ๆ

You to live and I to die
ถ้าไปดูแล้วจะรู้ ว่าทำไมเราอยากจบบทวิจารณ์ด้วยประโยคนี้

หมายเหตุกระซิบสำหรับคนที่ไม่เคยดูละครเวที : ละครเวทีเป็นศิลปการแสดงที่ทั่วโลกนิยม
บ้านเราอาจจะยังได้รับความสนใจน้อย
เมื่อเทียบกับมหรสพอื่น เช่นหนังโรงใหญ่และซีรีส์โทรทัศน์ หรือละครออนไลน์
แต่ไม่ว่าใครได้ลองเสพสักครั้ง มักติดใจ
คนที่จะมาดูละครเวทีใหม่ ๆ อาจรู้สึกยุ่งยากที่ต้องเตรียมตัว
ตั้งแต่จองบัตร มีเวลาครึ่งวัน แต่งตัวเดินทางมาโรงละคร รอเวลาการแสดงเริ่ม
บางโรงละครก็สแตนด์อะโลนโดดเดี่ยว ไม่มีแหล่งชิลให้แฮงก์เอาท์สำราญรอ ไม่รักจริงไม่ตั้งใจจะดูจริง ๆ.. ก็จะไม่มาดู
ขณะที่คนแสดงและทีมงานทั้งหมด บทแสงเสียงอุปกรณ์เวที ต้องเตรียมซ้อมเป็นร้อยครั้ง ทุ่มเทกายใจนานนับเดือน
อาจเพื่อการแสดงสดให้ชมไม่กี่รอบแล้วเลิกรา ไม่มีการบันทึกการแสดงใส่สื่อใดไว้
แต่ละรอบการแสดงมีความสดใหม่ ใกล้ชิดผู้ชมดุจจะเอื้อมจับต้องเนื้อตัวกันได้
สะท้อนความรู้สึกสื่อระหว่างกันอย่างจะไม่มีวันลืม
ถ้าจินตนาการความรู้สึกนี้ไม่ออก ต้องมาสัมผัสเอง แต่งตัวธรรมดาเหมือนเดินห้างนั่นแล.
ยังเหลือรอบน้อยนัก

7 ก.ย. 14.00 / 19.30
8 ก.ย. 14.00

บัตรราคา 1200 / 1500 / 2000 / 2500
แสดงที่ เอ็มเธียเตอร์

ขอบคุณภาพ dreambox Theatre

KORN  บล็อกเกอร์ผู้รักการท่องเที่ยวทุกลมหายใจ  จะพาไปพัก ไปกิน ไปดู และแบ่งปันกัน