รักโลก รักป่า รักน้ำ ตามมา!

0
162

ตาม ททท.ไปเที่ยวน้ำตก
ตามหมอล็อตไปทำโป่งให้ช้าง
ตามผู้รู้ไปเที่ยวเมืองจันท์
ตามประสาเพื่อนพ้อง

ตามไปกับกิจกรรม Save the Wild Protect the Sea 2019 จันทบุรี กิจกรรมสำหรับคนรักการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กลุ่ม Ride Explorer และ Bike Finder ที่จะพาเหล่านักปั่นหัวใจสีเขียวไปร่วมตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างแหล่งอาหาร และทำโป่งให้สัตว์ป่า

เมื่อเดินทางมาถึง อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น จ.จันทบุรี เราได้พบกับ น.สพ. ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ รับหน้าที่เป็นวิทยากรตลอดกิจกรรม นายอนันต์ นพเวช หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น และเจ้าหน้าที่ ที่รอต้อนรับและแนะนำวิธีการท่องเที่ยวในอุทยานอย่างไรให้ยั่งยืน

พร้อมทั้งเน้นย้ำให้นำขยะกลับคืนถิ่นไม่ทิ้งไว้ในพื้นที่อุทยาน รวมถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภาคตะวันออก นำทีมโดย ผอ. เสาวนีย์ คนกล้า (ผอ. ททท. สำนักงานจันทบุรี) ได้นำทีมคณะสื่อมวลชนเข้ามามีส่วนในการจุดประกาย แหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ของชุมชนขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว อีกด้วย

“มาถึงที่นี่ทั้งที ถ้าไม่ไปเช็คอินที่น้ำตกสิบห้าชั้น จะถือว่ามาไม่ถึงนะคะ” คำกล่าวเชื้อเชิญจากเจ้าหน้าที่เป็นเหมือนคำท้าทายที่เราต้องไปดูให้เห็นกับตาสักครั้ง เอ้า!..อย่ารอช้า ออกเดินทางไปน้ำตกเลยค่ะ ใช้เวลาเพียง 10 นาที เราก็มาหยุดอยู่ที่ทางเดินขึ้นน้ำตก ก็ตามชื่อเลยค่ะ ที่นี่มีทั้งหมด 15 ชั้นถ้าจะขึ้นไปถึงชั้นบนสุดต้องออกเดินเท้าตั้งแต่เช้าเลยค่ะ แต่ด้วยกิจกรรมของเราแล้ว ขอไปยลโฉมแค่ชั้น 3 พอค่ะ

..เดินไปค่ะ เดินขึ้น เดินลง แวะดมยาดมนิดนึง แวะถ่ายรูประหว่างทางอีกหน่อย เราก็มาถึงชั้น 3 แล้วค่ะ ด้วยความที่เข้าฤดูหนาวแล้ว น้ำก็จะน้อย ๆ หน่อย ไม่เป็นไรจ้า ไปต่อค่ะ บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ เราได้เจอรอยเท้าของพี่ใหญ่ หรือช้างที่อาศัยหากินอยู่บริเวณนี้ด้วย ซึ่งเป็นการย้ำเตือนถึงความอุดมสมบูรณ์เข้าไปอีก

ก่อนเริ่มกิจกรรมแรกเราได้มีโอกาสได้คุยกับ หมอล็อต นายสัตวแพทย์ ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ได้เล่าให้เราฟังว่า
“ไม่ว่าจะเป็นการทำคูกันช้าง รั้วรังผึ้ง หรือทำโป่งสัตว์ป่า ล้วนจะไม่เกิดประโยชน์เลย ถ้าเราไม่ทำความเข้าใจกับชาวบ้านก่อน ชาวบ้านต้องรู้ว่าเขาจะได้อะไรจากการมาของช้าง พอเขาเข้าใจ เขากลับมาถามเราว่า เขาช่วยอะไรได้บ้าง มีอะไรให้เขาช่วยมั๊ย มันก็แค่นั้น…มันมีการท่องเที่ยวเกิดขึ้น มีอาชีพ เราต้องช่วยกันทำรากฐานสิ่งแวดล้อมให้มั่นคง เราไม่พูดอะไรแล้ว ไม่ใช่เจ็บคอ…แต่เราทำอย่างเดียว ปะ! เดี๋ยวเราไปดูตอนทำแล้วจะเล่าให้ฟัง”

แสงแดดสาดส่อง สองล้อเล็กใหญ่มุ่งหน้าตามทางไปสักพัก ก็ต้องจอดจักรยานคู่ใจและเดินเท้าต่อเข้าไปในป่า โดยมีหมอล็อตและเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้คำแนะนำตลอดการเดินทาง ฝีเท้าเร่งรีบเดินทางมาถึง หมอล็อตเริ่มอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ให้เราฟัง โดยเริ่มจากการนำน้ำที่เตรียมมา เทรดลงบริเวณที่จะทำโป่งเพื่อทำให้ดินนุ่มขึ้น จากนั้นถึงเวลารวมพลังระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ลงมือจับจอบขุดไป ขุดมาจนเป็นผลสำเร็จ ถึงเวลาโรยเกลือ เด็ก ๆ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ไม่นานบริเวณนั้นก็เต็มไปด้วยสีขาวจากเกลือ จึงถึงเวลาที่ต้องกลบดินปิด และรดน้ำให้เรียบร้อย หมอล็อตเริ่มไขข้อสงสัยถึงเหตุผลต่างที่เราครุ่นคิด

“ที่เราต้องกลบดิน เพราะเราต้องการให้สัตว์แสดงสัญชาตญาณ พฤติกรรมในการหาอาหารให้เขาได้คุ้ยเขี่ย ไม่ใช่แค่มาทำแล้วโยน ๆ ให้เขา รู้มั้ยว่าทำไมถึงต้องทำโป่งตอนกลางวัน อันนี้เป็นไฮไลต์เลย เพราะเมื่อเรากลบดินเสร็จ เราก็จะทำการรดน้ำ แสงแดดจะช่วยทำให้ไอน้ำระเหย กลิ่นก็จะโชยไป สัตว์ป่าก็จะได้กลิ่น แล้วเขาก็จะมากินโป่งที่เราทำ”

เมื่อสร้างแหล่งอาหารสำเร็จลุล่วงตามที่ตั้งใจไว้ เราจึงมุ่งหน้าไปที่บ้านหลังเล็ก ๆ กลางสวนยาง เราพบกับลุงชาญเจ้าของรั้วรังผึ้งที่รอให้การต้อนรับ โดยมีหมอล็อตช่วยเสริมความรู้ให้เราว่า “การกันช้างมี 2 วิธี คือการกันช้างเข้ากับการกันช้างออก การขุดคูเป็นการกันช้างออกนอกป่า ส่วนรั้วรังผึ้งที่เราเห็นอยู่คือการกันช้างเข้า เข้ามาทำลายพืชผล หรือเข้ามาทำร้ายร่างกายของประชาชนซึ่งเป็นการป้องกันที่เห็นผล เท่านั้นยังไม่พอชาวบ้านที่ทำรั้วรังผึ้งเขาก็จะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากการปรับเปลี่ยนอาชีพ เพราะรายได้จากน้ำผึ้งต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 30,000-70,000 บาทกันเลยทีเดียว” ก็เป็นที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับคนฟังเช่นกัน หลังจากนั้นลุงชาญทำการแกะกล่อง ยกรังผึ้งออกมาให้เราได้ชมกันแบบใกล้ชิดพร้อมทั้งอธิบายการทำงานของรั้วรังผึ้ง

“กล่องที่บรรจุรังผึ้งเอาไว้จะถูกแขวนเป็นรั้วทางยาว โดยมีเชือกผูกเชื่อมต่อกันเป็นทาง เมื่อช้างเดินมาชนกับเชือกที่เราทำเป็นรั้ว รังผึ้งก็จะสั่น แต่จริง ๆ แล้วถ้าช้างเดินเข้ามาชนก็ล้มเป็นทาง แล้วผึ้งก็จะแตกรังออกมาต่อยช้าง แล้วช้างก็จะหนีไป” หลังจากฟังการทำงานของรั้วรังผึ้ง และได้ความรู้อย่างเต็มที่ ก่อนกลับไปพักผ่อนขอแชะภาพกับเจ้าผึ้งน้อยสักหน่อย

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยกาแฟดีสักแก้วคงไม่เลว ร้านหน้าล้ง ที่ชื่อนี้เพราะร้านนี้เขาตั้งอยู่หน้าล้งรับซื้อผลไม้จริง ๆ ค่ะ บรรยากาศดี ร่มรื่น พร้อมมีมุมให้ถ่ายรูปเช็คอินได้หลายมุมเลยค่ะ และที่สำคัญเมื่อมาร้านกาแฟสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือแก้วหรือขวดน้ำส่วนตัว เพื่อนำมาใส่กาแฟลดการใช้พลาสติกด้วยค่ะ
(ร้านหน้าล้ง หรือ หน้าล้งคาเฟ่ อยู่อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี เปิด 8.00 – 17.00 น. โทรศัพท์: 08 1377 1662)

ดื่มด่ำกับกาแฟรสชาติดีเรียบร้อย ท้องเริ่มโหยหาของคาว เลยรีบขึ้นรถมุ่งหน้าไปร้านจันทรโภชนา สั่งไม่ยั้ง เพราะร้านนี้เขาขึ้นชื่ออาหารต้นตำรับจันทบุรี อาหารรสชาติถูกปาก ปาดเรียบไม่เหลือสักอย่าง หากใครมีโอกาสมาเยือนจันทบุรีร้านนี้คงต้องอยู่ในลิสต์ของคุณนะคะ

กินอิ่มเขาว่าห้ามนอนนะจ๊ะ เดินย่อยกันสักหน่อยที่ ชุมชนริมน้ำจันทบูร ชุมชนเก่าแก่ประวัติยาวนาน ที่ยังคงสภาพบ้านเรือนในสมัยก่อนไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เดินถนนสายนี้ไม่มีเบื่อ มุมถ่ายรูปชิค ๆ มีให้เลือกมากมาย พร้อมทั้งของคาวของหวาน ขนมขบเคี้ยวมีให้เลือกช็อป เลือกชิมไม่เว้นว่าง เรามาหยุดอยู่หน้าร้านขนมไข่เจ้าเก่าที่มีคนยืนรออยู่หน้าร้าน ด้วยความสนใจอยากลิ้มรส เรียกพี่เจ้าของร้านพร้อมหยิบกล่องที่พกมายื่นให้พี่เขาเอาขนมใส่ในกล่องที่เราเตรียมมาค่ะ ขนมอร่อยแถมลดโลกร้อนด้วย เลิศสุดค่ะ

อาหารย่อยพร้อมไปทำกิจกรรมการสร้างบ้านปลา บ้านหอย เขี่ยไข่ปู ณ หน่วยสาธิตการเลี้ยงสัตว์น้ำ โครงการพระราชดำริอ่าวคุ้งกระเบน นำทีมโดยเด็ก ๆ Ride Explorer Kids Ranger ที่จะมาร่วมเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับพวกเราค่ะ มาที่นี่ได้ทั้งความรู้ ตื่นตากับลูกปูตัวน้อย ๆ ที่ว่ายวนอยู่ในน้ำ หรือจะหยอดปูนซีเมนต์ทำบ้านหอย นั่งหัวชนกันแกะเชือกเพื่อเตรียมทำแหล่งอาหารให้ปลาและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ หากมีเวลาว่างอยากให้ลองแวะมาที่นี่นะคะ คุณจะได้ความรู้และเพลิดเพลินกับการให้อาหารปลาฉลาม ชมเต่าทะเลท่ามกลางพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า ดีต่อใจเหมาะแก่การพาครอบครัวมาเที่ยวมาก ๆ ค่ะ

กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือทุกภาคส่วนในการร่วมการส่งเสริม สร้างสรรค์ พัฒนาและมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างต่อเนื่อง โดย หมอล็อต นายสัตวแพทย์ ภัทรพล มณีอ่อน ได้กล่าวถึงกิจกรรมการมีส่วนร่วมครั้งนี้ว่า

ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการทำโป่งให้สัตว์ป่า สร้างแหล่งอาหารให้สัตว์ การร่วมมือของชุมชนในการสร้างคูกันช้าง รั้วรังผึ้งในพื้นที่ การร่วมกันอนุรักษ์ป่า รักษาแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่า และการช่วยกันรณรงค์เรื่องการจัดการขยะในพื้นที่ พร้อมทั้งนี้ยังได้ร่วมมือกันกับกลุ่มอาสาฯ กลุ่มต่าง ๆ ถือเป็นการร่วมมือการเชื่อมโยง ส่งเสริม สร้างสรรค์ พัฒนา มีส่วนร่วมร่วมกันอย่างยั่งยืน ในทุก ๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่มองเห็นศักยภาพในพื้นที่ทั้งในด้านการท่องเที่ยวอนุรักษ์ วิถีธรรมชาติ พร้อมตอบโจทย์และต่อยอดเรื่องการท่องเที่ยว โดยทุกกิจกรรมเน้นย้ำในการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม หรือในส่วนของ อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) โดยมีเภสัชกรอาสา เภสัชกรหญิงภวัญญา มีมั่งคั่ง  ที่มาให้คำแนะนำเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ด้วยการอ่านฉลากโภชนาการ ฉลาดเลือกเพื่อสุขภาพด้วย Oryor Online เพื่อเป็นประโยชน์กับทั้งชุมชน นักท่องเที่ยวรวมถึงเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อีกด้วย รวมถึงกลุ่มเด็ก ๆ และผู้ปกครองจาก Ride Explorer Kids Ranger ที่เข้ามามีบทบาทกับกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการร่วมกันปลูกจิตสำนึกให้กับเด็กๆ เพื่อเป็นพื้นฐานการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน และการสร้างภูมิคุ้มกันในการร่วมกันรักษาธรรมชาติตั้งแต่เล็ก ๆ และรู้จักการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ร่วมกับผู้อื่น กลุ่มอาสา และคนในพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม”


เที่ยวครั้งนี้ ไม่เสียเที่ยว ได้ทำประโยชน์ แล้วยังได้นำเรื่องมาเล่า
รักช้าง รักปู รู้จักป่าและทะเลเมืองจันท์มากขึ้นอีกเยอะ
ขอบคุณเพื่อนร่วมทางและวิทยากรทุกท่านค่ะ
ทริปหน้า ออกไปรักษ์โลกอีกเมื่อไร จะมาเล่าใหม่นะคะ

KORN  บล็อกเกอร์ผู้รักการท่องเที่ยวทุกลมหายใจ  จะพาไปพัก ไปกิน ไปดู และแบ่งปันกัน