หลงเสน่ห์บึงกาฬ…วิถีสราญ ณ ริมโขง

0
13

บึ ง ก า ฬ .. ม น ต์ เ ส น่ ห์ แ ห่ ง ชุ ม ช น ริ ม โ ข ง
วันนี้เราจะพาเที่ยวจังหวัดที่ 77 เหนือสุดของดินแดนอีสาน
ไปม่วนน่ำกั๋นเด้อ ..

บึงกาฬเป็นเมืองน่ารัก
แยกออกมาจากจังหวัดหนองคายเมื่อ ปี 2554 มีแม่น้ำโขงล้อมทั้ง 3 ทิศ
ฝั่งตรงข้ามคือแขวงบอลิคำไซของลาว เพื่อนบ้านเฮา
และมีบางส่วนติดกับสกลนคร หนองคาย และนครพนม

ทัวริสซึ่มอันบาวด์ พาคุณลัดเลาะเส้นทางริมโขง
เชื่อมโยงสายสัมพันธ์หมู่เฮา
เข้าบ้านสะง้อ ตื่นตากับหัตถกรรมจากธรรมชาติ
ผ้าหมักโคลนดารานาคี
ไปที่บ้านบุ่งคล้าเหนือ ชมวิวลานพญานาค
จุดบรรจบแม่น้ำสองสี
มุ่งสู่บ้านหนองคังคา กลุ่มจักสานต้นคล้า
หมู่บ้านทำเครื่องดนตรี
ที่บ้านหนองเดิ่นท่า มีอาหารเด็ดพื้นถิ่น จุดเช็คอินริมโขง
จบที่บ้านห้วยเล็บมือ ชุมชน 2 ศาสนา ดื่มชาสิรินธรวัลลี


เริ่มที่ บ้านสะง้อ ชื่อแปลกสะดุดหู สะง้อ แปลว่า บ้านที่ไปยาก แต่หากใครมาเยือน รับรองว่าอยากจะกลับมาอีกครั้งแน่นอน ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ ที่นี่มีทัศนียภาพสวยงาม ลำน้ำโขงไหลเอื่อย และแนวภูเขาเป็นฉากหลังโอบเป็นทิวสุดสายตา


“ภูเขา วิวเรา” ถือเป็นสโลแกนหมู่บ้านริมโขง ของ จังหวัดบึงกาฬ เนื่องจากฝั่งตรงข้ามจะเป็นเทือกเขาของประเทศลาว หากมองจากฝั่งไทยจะเห็นเป็นวิวที่สวยงาม

แม้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองรองทางการท่องเที่ยว..
แต่โดยรวมแล้ว ที่นี่มีความงามหลากหลายไม่แพ้ใคร
ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์
แน่นอน ของกินก็แซ่บ!

ไปสัมผัสกับเสน่ห์ของวิถีชีวิตริมน้ำโขง ชมวิว ชิมชา
ดูผ้าหมักโคลน งานจักสาน ร่วมวงอาหารรสเด็ดพื้นถิ่น
เช็คอินได้หลายชุมชน สบตาส่งยิ้มแลกเปลี่ยนมิตรภาพ
คุณจะจะประทับใจและหลงรักจังหวัดน้องใหม่นี้โดยไม่ทันรู้ตัว


“ผ้าหมักโคลนดารานาคี” ชื่อเก๋ เนื้อนุ่ม เป็นผ้าฝ้ายทอมือ จากเส้นด้ายที่ย้อมแล้วหมักโคลน ดินโคลนที่นี่มีคุณลักษณะพิเศษ หมักแล้วทำให้ผ้าที่ทอเสร็จแล้ว มีน้ำหนักและนุ่มกว่าผ้าทั่วไปที่ไม่ได้หมักโคลน


การทอด้วยมือ เสริมคุณค่าเส้นด้าย ด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม ปรับแต่งวางลายเส้นด้ายด้วยโทนสีสบายตาน่าสัมผัส ใครเห็นก็อยากได้เป็นเจ้าของ จัดว่าเป็นของดีของเด่น ของบึงกาฬเลยทีเดียวค่ะ

ไข่เค็มดินปลวก จากภูมิปัญญาสู่สินค้าคุณภาพ


แม่น้ำสองสี ใกล้สะพานโฮจิมินห์ ถ้าล่องเรือรับลมเย็น ๆ มาถึงกลางแม่น้ำโขง จะเห็นบริเวณที่เรียกว่า ปากกระดิ่งและสะพานโฮจิมินห์ทอดยาวอยู่ที่ฝั่งประเทศลาว สังเกตดี ๆ จะเห็นจุดบรรจบของแม่น้ำสองสี คือแม่น้ำโขงและแม่น้ำกระดิ่ง สายน้ำสองสายสีตัดกันอย่างชัดเจน ทิวเขาและป่าเขียวของเพื่อนบ้าน ส่งความสบายตาสบายใจมาให้ แทนค่ามิตรภาพระหว่างกัน

พญานาคกับวิถีอีสาน คือของคู่กัน จุดชมวิวลานพญานาค เป็นอีกหมุดหมายถึงของการนัดพบ


หลายหมู่บ้านในบึงกาฬมีกลุ่มจักสาน ซึ่งเอกลักษณ์ของเครื่องจักสานบึงกาฬคือ ใช้ต้นคล้าเป็นวัตถุดิบในการสานผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ


นี่แหละคล้า… ตัดคล้านำมาทำเครื่องจักสาน ต้องลอกเปลือก และตากแดดอีกนานนับสัปดาห์ บวกกับเวลาที่ลงมือสาน 1-2 วัน และเย็บอีก 1 วัน กว่าจะได้กระเป๋าสักใบ ใบของต้นคล้ามีความเหนียว คงทน และเมื่อสานของใช้ก็สามารถทำความสะอาดง่าย เช่น ชาวบ้านบุ่งคล้า นิยมสานเป็นกระติ๊บข้าวเหนียว และกระจาด ใช้ในครัวเรือน งานสานเสื่อของบ้านบุ่งคล้า สัมผัสนุ่มเป็นธรรมชาติ สีนวลสบายตาหากใครสนใจก็ซื้อติดมือกลับบ้านได้ ราคาไม่แพงค่ะ


บรรพบุรุษของชาวบ้านหนองเดิ่นท่า ได้อพยพมาจากเมืองมหาชัย ฝั่งประเทศลาวโน้น วันนี้แม่ ๆ จากบ้านหนองเดิ่นท่า หมู่ที่ 1 ต.หนองเดิ่น อ.บุ่งคล้า แต่งชุดสวยออกมาต้อนรับ


ปลาร้าบอง ของกลุ่มเกษตรกรบ้านหนองเดิ่นท่า ใช้วัตถุดิบคุณภาพดี ปรุงตามสูตรและวิธีการดั้งเดิม เหมือนปรุงไว้รับประทานเองที่บ้าน แน่นอนค่ะว่าอร่อย .. แซ่บหลาย ดูเมนูต่อไปเด้อค่ะ


ลาบปลาแม่น้ำโขง อาหารรสชาติเด็ด ปลาน้ำโขงที่ใช้คือปลากลุ่มเดียวกับปลาคัง แต่ด้วยหนังที่บางกว่า และเนื้อที่ร่วนกว่า จึงทำลาบได้เหมาะมาก ยิ่งซอยเป็นชิ้นเล็ก ๆ ติดหนังเล็กน้อย เครื่องปรุงลาบจะเข้าเนื้อ กลมกล่อมดีมาก ๆ


อ่อมหวาย เมนูยอดนิยมของบึงกาฬ ตัวหวายจะมีรสขม แต่เมื่อนำมาปรุงประกอบอาหารแล้ว จะมีรสชาติอร่อยเข้ากับเครื่องเทศและผักอื่น ๆ ได้ดี


บ้านหนองคังคา อีกชุมชนหนึ่งก็มีภูมิปัญญาการทำพิณ เมื่อใดมีโอกาสแสดงก็จะไม่รีรอ


ลาบเป็ดเทศ หมกปลาเนื้ออ่อน อ่อมกบ และต้มยำไก่บ้าน อาหารรสเด็ดของบ้านหนองคังคา บึงกาฬ


อันนี้คนละยำ ยำอะไร ให้ทาย ..
หอยเชอรี่ตัวร้ายในนา จับมายำซะเลย เนื้อกรุบๆ เคี้ยวสนุก


ยังมี “ข้าวแดกงา” ขนมพื้นบ้านโบราณ ชื่อแปลก รสชาติหวาน มัน หอมอร่อย .. มาถึงบึงกาฬแล้วขอให้ลองเลยค่ะ


ปิ้งป่นบอนหวาน เมนูนี้จะคล้ายซุปหน่อไม้ที่ถูกนำมาตำ เหมาะกับคนชอบรสเผ็ด .. มันเด็ดจริง ๆ ละคุณ


รูปปั้นอุ้งมือผู้หญิงนี้ อยู่ที่บ้านห้วยเล็บมือ ชุมชนที่สงบและงดงาม แต่เดิมชาวบ้านห้วยเล็บมือเป็นชนเผ่าไทเทิง ประเทศลาว จนเกิดสงครามขึ้น ต่อมาคุณพ่อเดอลาเล็กซ์ ชาวฝรั่งเศสได้ช่วยเหลือ ที่นี่จึงเป็นหมู่บ้านคาทอลิกตั้งแต่แรกเริ่ม จุดนัดพบ และลานกิจกรรมของคนในหมู่บ้าน คือใต้ต้นจามจุรีอายุกว่าร้อยปี


วัดแม่พระถวายพระกุมารในพระวิหาร ที่นี่เป็นโบสถ์หลังเล็กๆ อายุกว่า 100 ปี ยังคงมีรูปแบบเดิมเมื่อแรกสร้าง ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา ตัวโบสถ์มีความเรียบง่ายตามวิถีของชุมชน

กบในกระบอกไม้ไผ่ เผ็ด แซ่บ ถึงเครื่อง สมเป็นอาหารอีสานจริง ๆ กระบอกนี้
ขนมข้าวโหล่งฟักทอง ซึ่งก็คือข้าวเหนียวต้มน้ำกะทิใส่ฟักทองนั่นเองค่ะ รับประทานตอนอุ่น ๆ อร่อยมาก
เมนูเด็ดปีกนางฟ้าคั่วเกลือ เค็ม มัน จักจั่นนั่นเอง


ชาวบ้านนำเอาใบชาสิรินธรวัลลีมาคั่วให้แห้ง จนกลิ่นหอมกรุ่น จากนั้นจึงนำไปต้ม กรองเป็นชากลิ่นหอมอ่อน ๆ รสชาติดี ไม่ขม.. รู้จักสิรินธรวัลลีไหมคะ?


ดอกสิรินธรวัลลี
หรือชื่อพื้นเมือง สามสิบสองประดง เป็นไม้เลื้อยตระกูลชงโคหรือเสี้ยว พบในไทยอีสานและลาว กรมป่าไม้ขอพระราชทานการตั้งชื่อประจำเสี้ยวพันธุ์นี้ ด้วยการใช้พระนามาภิไธยของมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพราะพระองค์ได้ทรงสนพระทัยเกี่ยวกับทางด้านพฤกษศาสตร์มาตลอด ในชื่อว่า Bauhinia sirindhorniae K.& S.S. Larsen หรือในชื่อภาษาไทยว่า สิรินธรวัลลี ซึ่งหมายถึง วลัยชาติแห่งองค์สมเด็จพระเทพฯ ปัจจุบันเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดบึงกาฬ


ใบสิรินธรวัลลี
หรือต้นสามสิบสองประดง ขณะยังสด ๆ เป็นแบบนี้ เมื่อตากแห้งคั่วชงน้ำชา ก็เป็นสินค้าโอทอปขึ้นชื่อ


สบู่สมุนไพรจากธรรมชาติ ภายใต้แบรนด์ “คักแท๊ะ” ของบ้านห้วยเล็บมือ ชาวบ้านยังผลิตสินค้าสมุนไพร อีกหลากหลาย ทั้งน้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า เจลล้างมือ เป็นต้น


คนริมโขง จับปลาในแม่น้ำโขง ด้วยอุปกรณ์ที่ใช้ภูมิปัญญาทำ ปลาเข้าไปแล้วคงมึน หาทางออกไม่ได้ รอคนมาแกะออก


มาบึงกาฬก็ต้องมาภูสิงห์ บริเวณนี้คือลานธรรมภูสิงห์ เป็นหินทรายแดงขนาดใหญ่คล้ายรูปสิงโตหมอบอยู่ เป็นที่มาของชื่อภูสิงห์ ถัดจากฐานก้อนหิน มีหลวงพ่อพระสิงห์ เป็นมิ่งขวัญให้คนในละแวกนี้มาสักการะบูชา รำลึกถึงพระพุทธองค์ บรรยากาศโล่งสบาย น่าเที่ยวมาก


ภูสิงห์ยังมีก้อนหิน หน้าผา ถ้ำ ลานหิน ที่น่าสนใจอีกมากมายหลายจุด สะท้อนถึงความหลากหลาย และความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ที่รอให้นักท่องเที่ยวทุกคนมาพิสูจน์ มาถึงด้านบน จะมีจุดถ่ายรูปมากมาย ล้วนธรรมชาติสร้าง
ขอเตือนว่า บางความสวยก็อันตราย บางภาพถ่ายก็แลกกับความเสี่ยงตาย ต้องระมัดระวังความปลอดภัยเป็นพิเศษด้วย


อีกมุมที่ใกล้เพื่อนแค่เอื้อมถึง จุดชมวิวบน “ภูทอกน้อย” ด้านบนภูเขาแม้ไม่สูงมากนักแต่ก็มองเห็นทิวทัศน์ของบ้านห้วยเล็บมือ และวิวน้ำโขงมุมสูงได้อย่างสวยงาม จุดชมวิวแม่น้ำโขงนี้จะสวยงามเป็นพิเศษในช่วงพระอาทิตย์ตกดินยามเย็น ..ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี พี่น้องคริสตชนในเขตจังหวัดบึงกาฬจะมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อสรรเสริญความรักของพระเจ้า และรูปปั้นพระแม่มารี บนภูทอกน้อย


วัดอาฮงศิลาวาส ตั้งอยู่เขตพื้นที่บ้าน อาฮง หมู่ 3 ต.ไคสี อ. เมือง จ.บึงกาฬ ห่างจาก อ.เมืองบึงกาฬ 21 กิโลเมตร วัดนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮง เป็นจุดชมบั้งไฟพญานาคในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงบึงกาฬ จากบนนี้ เราจะเห็นวิวแม่น้ำโขงสวยงาม สะดือแม่น้ำโขง .. บริเวณหน้าวัดอาฮง มีแอ่งที่มักจะเกิดกระแสน้ำวน โดยน้ำจะไหลวนจนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้าง ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวของสายน้ำ จะเกิดขึ้นทั้งกลางวันกลางคืน โดยเฉพาะในช่วงน้ำหลาก จุดที่ลึกที่สุดในแม่น้ำโขง เรียกกันว่า สะดือแม่น้ำโขง มีความลึกถึง 200 เมตร


อุทยานหินที่อยู่ภายในวัดอาฮง เราไหว้พระชมวิวแล้วสามารถแวะเดินเล่น รับลมร่มรื่นผ่อนคลายสบายใจค่ะ สำหรับการเดินทางมาวัดอาฮงศิลาวาส ถ้าเริ่มต้นจากท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี ให้ใช้ถนนมิตรภาพ วิ่งผ่าน จ.หนองคาย จากนั้นก็เลี้ยวขวาเพื่อเข้าสู่ถนนหมายเลข 212 มุ่งหน้ามายัง ต.ไคลี จ.บึงกาฬ ก็จะพบกับวัดอาฮงศิลาวาสที่ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ เผื่อคนมีเวลาน้อยอยากเที่ยว นั่งเครื่องบินแล้วเช่ารถขับก็ไม่เลวบึงกาฬเดินทางสะดวก


หินสามวาฬ
หินยักษ์ขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายวาฬติดหน้าผาสูงในจังหวัดบึงกาฬ สถานที่ท่องเที่ยวของภูสิงห์ ที่ไม่ควรพลาด ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู
ความพิเศษของหินสามวาฬอยู่ตรงที่ เมื่อมองดูจากระยะไกล หินสามก้อนนี้จะดูคล้ายกับฝูงครอบครัววาฬ ที่ประกอบด้วยพ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ ซึ่งเรียกตามขนาดของหินแต่ละก้อน

การเดินทางไปบึงกาฬ
ถ้าตั้งต้นจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหมายเลข 1
ผ่านจังหวัดสระบุรีแล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 2
ผ่านนครราชสีมา-ขอนแก่น- อุดรธานี-จนถึงหนองคาย
และจากหนองคายสู่อำเภอเมืองบึงกาฬ
โดยจะผ่านอำเภอโพนพิสัย กิ่งอำเภอรัตนวาปี
อำเภอปากคาด รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 751 กม.

มีรถโดยสารประจำทางทั้งรถรธรรมดาและรถปรับอากาศ
บริษัทขนส่งจำกัด โทร : 0 2936 2841 – 48,
0 2936 2852 – 66 ต่อ 442, 311
บริษัท แอร์อุดร จำกัด โทร 0 2936 2735 , 0 4224 5789
บริษัท 407 พัฒนา ให้บริการรถสาย กรุงเทพฯ หนองคาย บึงกาฬ บุ่งคล้า, กรุงเทพฯ กุมภวาปี บึงกาฬ , ระยอง-ขอนแก่น-พังโคน-บึงกาฬ
และยังมีรถบริษัทเอกชนหลายแห่ง จัดรถวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-หนองคาย โดยเริ่มจากสถานีขนส่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร

ทางเครื่องบินก็สามารถไปได้ โดยลงที่สนามบินอุดรธานี
สำรองที่นั่ง 0 2356 1111

ไปเองเมื่อไรก็ได้ โทรสอบถามข้อมูลก่อนก็ดี

กลุ่มทอผ้าฝ้ายพื้นเมืองบ้านสะง้อ
โทร. 08 4408 2865, 09 5664 7134
กิจกรรมล่องเรือชมโขง โทร. 09 3056 0784
รับลม ชมโขง โฮมสเตย์ โทร. 08 5007 2460
ล่องเรือชมวิว บ้านบุ่งคล้าเหนือ โทร. 08 7427 8929
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหอคำ โทร. 08 5007 2460
บ้านสะง้อ ผู้ใหญ่บ้านพูนสุข สุขมา โทร. 09 5168 2778
บ้านบุ่งคล้าเหนือ ผู้ใหญ่บ้านมนตรี รักโคตร
โทร. 08 5926 4213
บ้านหนองเดิ่นท่า ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสีพอน สิงห์พิมพ์ โทร. 08 9691 5801
บ้านหนองคังคา ผู้ใหญ่บ้านประมวล ทองขาว
โทร. 06 5305 6414
บ้านห้วยเล็บมือ ชาสิรินธรวัลลี โทร. 09 4258 6036

บึงกาฬสวยทุกฤดู เป็นเมืองน่าอยู่..ที่เที่ยวได้ทั้งปี
อยากไปเที่ยวเมื่อไร ไปโลด
ขอให้สนุก สุขกาย สบายใจ ม่วนซื่นเด้อ

 

KORN  บล็อกเกอร์ผู้รักการท่องเที่ยวทุกลมหายใจ  จะพาไปพัก ไปกิน ไปดู และแบ่งปันกัน