อุษาคเนย์คาเฟ่ ASEAN Cafe’

0
13

เรื่องและภาพโดย ศรัณย์ บุญประเสริฐ : กาแฟ เป็นเครื่องดื่มอันเป็นสากล ไม่ว่าไปแห่งหนใดในโลก เราย่อมสามารถหากาแฟดื่มได้
จากกำเนิดในทวีปแอฟริกา กาแฟข้ามสู่อาหรับในช่วงยุคค้าทาส โดยมีเมืองท่ามอคค่าในเยเมน เป็นเมืองที่กระจายกาแฟไปทั่วตะวันออกกลาง แล้วจึงขยายเข้าไปยังยุโรป โดยผ่านอาณาจักรไบเซนไทน์ จากนั้นในยุคล่าอาณานิคม กาแฟก็ถูกชาวยุโรปนำไปยังดินแดนต่างๆ ทั่วโลก กระทั่งเป็นเครื่องดื่มของคนค่อนโลกดังทุกวันนี้TOB_Coffee01 TOB_Coffee03
ดินแดนอุษาคเนย์ของเรานี้ ถือว่าเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกไปแล้วเช่นกัน แน่นอนว่า กาแฟเข้ามามากในสมัยอาณานิคม ฮอลแลนด์เข้ามายึดชวา-สุมาตรา ปอร์ตุเกสครอบครองติมอร์ และฝรั่งเศสคือผู้ปกครองอินโดจีนทั้งหมด

TOB_Coffee05 TOB_Coffee02
ฝรั่งทั้งสามชาติเมื่อเข้ามาแล้ว ก็พบว่า ดินแดนที่พวกเขายึดมานั้น ช่างเป็นแหล่งที่น่าปลูกกาแฟยิ่งนัก เพราะว่ามีแหล่งดินภูเขาไฟ ซึ่งถูกจริตกับกาแฟอย่างยิ่ง

TOB_Coffee08
มูลที่ชาวลาวบอกว่าเป็นชะมด เก็บเอาตามสวนกาแฟ ทำความสะอาด ตากแห้งแล้ว ขายกันถึงกิโลกรัมละหมื่นบาท!!!!

ถูกแล้วครับ กาแฟดี ต้องปลูกในถิ่นที่มีดินภูเขาไฟบริเวณศูนย์สูตรเท่านั้น เอ่ยชื่อมาอย่าง บลูเมาเท่นในจาไมก้า ฮาวายเอียน โคน่า ในฮาวาย นี่ล้วนภูเขาไฟทั้งสิ้น นั่นเองเป็นเหตุในเกิดกาแฟเลื่องชื่อในดินแดนดัทช์อีสต์เอเชียอย่าง กาแฟชวา(java coffee) หรือ กาแฟติมอร์(timor coffee) บนเกาะติมอร์ของปอร์ตุเกส ส่วนในอินโดจีนของฝรั่งเศส บริเวณตอนใต้ของลาวต่อกับด้านตะวันตกของเวียดนามกลาง นั่นก็เป็นภูเขาไฟโบราณขนาดมหึมา จึงเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ใหญ่เสียจนกระทั่ง ปัจจุบัน เวียดนามกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกกาแฟมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากบราซิล แถมบนที่ราบสูงบอละเวนทางตอนใต้ของประเทศลาว ยังน่าเชื่อว่า เป็นแหล่งสุดท้ายของโลกนอกเหนือจากสถานีวิจัยเก็บเมล็ดพันธุ์กาแฟ ที่ยังมีการปลูกกาแฟอราบิก้าสายพันธุ์ดั้งเดิมอยู่ (Arabica Typica)
นี่แหละครับกาแฟของอาเซียนหรืออุษาคเนย์คาเฟ่ของเราจึงไม่ธรรมดาจริงๆ
นอกจากเป็นแหล่งปลูกกาแฟใหญ่แห่งหนึ่งของโลกแล้ว อุษาคเนย์ของเรายังได้ชื่อว่าเป็นถิ่นของกาแฟที่ “แพงที่สุดในโลกอีกด้วย” ไม่ต้องสงสัยครับ มันคือกาแฟที่ชื่อว่า “โกปี้ลูวัก – Kopi Luwak ”
โกปี้ลูวัก เป็นภาษาชวา โกปี้ก็คือกาแฟนั่นแหละ ส่วน ลูวัก นั่นเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นเมืองไทยบ้านเรา เรียกเจ้าตัวนี้ว่า “อีเห็น” (Asian palm civet )

กล่าวกันว่า โกปี้ลูวักเกิดด้วยเหตุบังเอิญในสวนกาแฟของชาวดัทช์บนเกาะสุมาตราเมื่อร้อยกว่าปีก่อน คนงานพื้นเมืองถูกห้ามเด็ดขาดไม่ให้กินกาแฟ เพราะทั้งสวนทั้งไร่ ทั้งกาแฟทุกต้นทุกเม็ดเป็นของ “นายฝรั่ง” บังเอิญคนงานคงไปเจอ “มูล” ของเจ้าตัวลูวักที่มาอึไว้เมื่อตอนมันเข้ามาหาอาหารกินในสวนกาแฟยามค่ำคืน แถมยังสังเกตเห็นว่าอึของเจ้าลูวักมันอัดแน่นไปด้วยเม็ดกาแฟ ก็เลยเอามาทำความสะอาด แล้วแอบคั่วชงกินไม่ให้นายฝรั่งเห็น แต่ที่สุดความก็แตก เมื่อนายฝรั่งทนกลิ่นหอมยวนใจยามคั่วกาแฟที่มาจากอึของตัวลูวักไม่ได้ หลังจากนั้นแทนที่จะขายเม็ดกาแฟปกติ ชาวดัทช์ก็เลยเอากาแฟมาให้ลูวักกิน แล้วคอยเก็บอึของมันมาคั่วขายแทน นี่เป็นกำเนิดของกาแฟเลื่องชื่อจากอินโดนีเซีย โกปี้ลูวัก หรือ กาแฟขี้อีเห็น

TOB_Coffee07
Arabica Typica เม็ดเล็ก เปรียบเทียบกับสายพันธุ์ Catimor ขนาด ต่างกันเห็นได้ชัด

โกปี้ลูวัก ขายกันแพงตั้งแต่สมัยดัทช์ยังเป็นเจ้าอาณานิคมในหมู่เกาะชวาแล้ว และปัจจุบัน โกปี้ลูวัก ของแท้จากอินโดนีเซีย เกรดดีหน่อย ขายกันกิโลกรัมละราว 45,000 บาท กรัมต่อกรัมจึงเป็นกาแฟแพงที่สุดในโลก แพงยิ่งกว่าบลูเมาเท่น หรือ ฮาวายเอียน โคน่า เสียอีก เดี๋ยวนี้มีหลายประเทศในอาเซียนที่ปลูกกาแฟ พากันเอาสัตว์ประเภทใกล้ๆ กันนี้ มาเลี้ยงใส่ในกรงตับอย่างกับเลี้ยงไก่ไข่ แล้วป้อนแต่เมล็ดกาแฟให้มันกิน ในเมืองไทยส่วนมากใช้ตัวชะมด หรือ Indian small civet ส่วนเวียดนามผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ของโลกไม่ยอมน้อยหน้า ผลิตกาแฟที่เรียกว่าวีเซิลคอฟฟี่หรือกาเฟโฉ่น (weasel coffee / cà phê Chồn) แถมขายแพงกว่าโกปี้ลูวักเสียอีก ตกกิโลกรัมละ 90,000 บาท นั่นคงก็เพราะการตลาดที่เหนือชั้นกระมัง

 

TOB_Coffee06
โรงงานกาแฟ “ดาว” มีระบบการผลิตที่ทันสมัยที่สุดในประเทศลาว
TOB_Coffee09
อีเห็นข้างลาย หรือ อีเห็นธรรมดา (Asian palm civet ) ต้นตำนานกาแฟขี้ชะมด หรือ โกปี้ลูวัก (Kopi Luwak )

จะกาแฟขี้ชะมด หรือกาแฟขี้อีเห็น คนกินเท่านั้นละครับ ที่จะบอกได้ ว่ารสชาติมันหอมกรุ่นสุดยอดประมาณไหน
– ลองหรือยังล่ะครับ ?

ASEAN Café

Coffee is among the world’s most favorite drinks. Wherever we go, we usually find coffee to drink.

Originated in Africa, coffee travelled to the Middle East during the slave trade period. From Mocha, the port city in Yemen, coffee was then distributed throughout the Middle East and then to Europe through the Byzantine Empire. Later in the colonial period, coffee was brought by Europeans to many other places around the world and now becomes one of the top drinks of the world citizens.

TOB_Coffee02
White coffee flowers on the dark green leaves look very nice in early rainy season. Soon, the white flowers will become the precious coffee beans ready for harvest.
TOB_Coffee03
Ripe coffee beans are bright red in colors and look like cherries. That’s why coffee beans are called “coffee cherry”.

Southeast Asia is one of the world’s most important coffee growing areas. Coffee entered into Southeast Asia during the colonial period. Holland seized Java and Sumatra while Portugal ruled over Timor. France had the power over the entire Indochinese peninsula.

The three European powers found that the land they seized was so rich of volcanic soil which is perfect for coffee growing.

TOB_Coffee05 TOB_Coffee04

Right, good coffee is grown in volcanic soil near the Equator. Blue Mountain coffee in Jamaica or Hawaiian Kona coffee in Hawaii, they are all grown in volcanic soil. In Southeast Asia, famous coffee are Java coffee in the Dutch-controlled land and Timor Coffee in Timor under Portugal’s empire. In Indochina, the large area in the southern Lao and western Vietnam is also a huge coffee growing area. Today, Vietnam is the world’s second largest coffee exporter after Brazil. In the Bolaven Plateau in southern Lao, it is believed to be the world’s last Arabica Typica growing area not to mention coffee research stations.

Coffee in Southeast Asia is definitely extraordinary.

In addition to being one of the world’s largest coffee growing areas, Southeast Asia is known for growing “the world’s most expensive coffee” called “Kopi Luwak”.

Kopi Luwak is a Java word. Kopi is coffee. Luwak is a kind of animal, known in Thailand as Asian palm civet. The story has it that over a hundred years ago in a Dutch coffee farm, none of the worker was allowed to drink coffee because every single coffee bean belonged to the “boss”. The workers found coffee beans in “luwak” drops in the farm. The animal might have come into the farm at night and ate the coffee beans. The far, workers then cleaned the coffee beans from the animal drops, roasted them and brewed them secretly. This secret was unveiled when the boss found that the “Kopi Luwak” was irresistible. Since then, instead of selling the coffee beans, the Dutch farm owners fed coffee beans to the palm civet and collected the beans from the animal drops for sales. That’s how Kopi Luwak was initiated.

TOB_Coffee09
Here is how an Asian palm civet looks like. This is the animal that creates Kopi Luwak.
TOB_Coffee07
Arabica Typica is small compared to Catimor

Kopi Luwak was already expensive when the ,controlled over Java. Today, the authentic Kopi Luwak from Indonesia is sold at approximately 45,000 baht per kilogram, making it the most expensive coffee in the world. It is even more expensive than Blue Mountain coffee or Hawaiian Kona coffee. Many ASEAN countries now raise palm civets or similar species in rows of cages, like in chicken farm. They are fed with coffee beans. In Thailand, Indian small civets are raised for this purpose. Vietnam also produces weasel coffee (cà phê Chồn) which is even more expensive than Kopi Luwak as it is sold at 90,000 baht a kilogram. That’s perhaps its marketing strategy.

Whether it is Indian small civet coffee or palm civet coffee, only the coffee lovers can tell which one is better. Have you tried one?