ไมซ์เพื่อชุมชน “เปิดมิติใหม่ อุตสาหกรรมไมซ์”

0
12

ทีเส็บ เผยนโยบายส่งเสริมชุมชนเข้าสู่ตลาดไมซ์ได้ผลดี งานส่งเสริมชุมชน 4 กิจกรรมสร้างรายได้แล้วเกินร้อยล้านบาท  พร้อมยกระดับด้วยกิจกรรม “ไมซ์โชว์เคส” เปิดตลาดให้ชุมชนเสนอบริการจัดประชุมสัมนาให้แก่หน่วยราชการและเอกชน ระหว่าง 21-23 สิงหาคม

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ทีเส็บร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์จัด “โครงการไมซ์เพื่อชุมชน” คัดเลือกชุมชนสหกรณ์ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นจุดหมายใหม่รองรับการจัดงานไมซ์ โดยมุ่งหวังให้เป็นแหล่งฝึกอบรม ศึกษาดูงาน การจัดกิจกรรมเรียนรู้นอกสถานที่ ตลอดจนกิจกรรมพิเศษผ่านการสร้างสรรค์ที่เหมาะกับอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 มีสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 85 แห่ง

ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคมนี้ ทีเส็บร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดงาน “ไมซ์โชว์เคส” แสดงสินค้าจากสหกรณ์คุณภาพที่เข้าร่วมโครงการไมซ์เพื่อชุมชนปีที่ 2 โดยมีตัวแทนสหกรณ์เข้าร่วมจำนวน 25 แห่ง อาทิ สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก สหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อ (Max Beef) สหกรณ์ประมงคุ้งกระเบน สหกรณ์เกษตรนิคมชุมแสงจันทร์ โดยกำหนดจัดงานขึ้น ณ ลานอาคาร B อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

ปัจจุบันโครงการไมซ์เพื่อชุมชนมี 5 เส้นทางนำร่อง ได้แก่ 1) สหกรณ์บ้านลาด จ.เพชรบุรี 2) สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จ.สระบุรี 3) สหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสนและสหกรณ์โคนม จ.นครปฐม 4) สหกรณ์นิคมวังไทร  และ 5) สหกรณ์นิคมชุมแสงจันทร์ จ.ระยอง  สหกรณ์ทั้งหมดพร้อมเป็นแหล่งศึกษาดูงานและสถานที่จัดกิจกรรมรองรับทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นทางเลือกสำหรับการจัดประชุมนอกสถานที่ และในพื้นที่ยังมีวิถีชุมชนที่น่าสนใจอีกมากมาย

ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวต่อไปว่า ปีนี้ทีเส็บริเริ่มอีกหลายโครงการร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมไมซ์พัฒนาไปสู่กลุ่มเป้าหมายชุมชนผ่านโมเดลสามประสาน เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ได้แก่

นวัตวิถีไมซ์ ทีเส็บลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) เพื่อส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีสู่อุตสาหกรรมไมซ์ คัดเลือก 8 ชุมชนใน 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน

สัมมนารอบกรุง จับมือกับสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทยหรือ PMAT มุ่งสรรหาเส้นทางไมซ์ใหม่ในระยะทางไม่เกิน 200 กิโลเมตรจากกรุงเทพ เพื่อกระตุ้นให้กลุ่มองค์กรหน่วยงานจัดประชุมสัมมนาและเดินทางเพื่อเป็นรางวัลให้กับพนักงาน โดยเน้นด้านการพัฒนาบุคลากรและการสร้างทีมเวิร์คเป็นหลัก ปีนี้กำหนดจัดกิจกรรมพาผู้แทนองค์กรหน่วยงานเข้าร่วมใน 3 พื้นที่ ได้แก่ ฉะเชิงเทรา บางกระเจ้าสมุทรปราการ และนครปฐม

ยกทีมชมถิ่น นำเสนอ 4 เส้นทางหลักด้วยแนวคิดที่มีเอกลักษณ์ คือ Digital Detox : ปราจีนบุรี / Do Act Share : สมุทรสงคราม / Creative Thinking : เชียงใหม่ และ Empower Teamwork : กระบี่ โดยออกแบบแนวคิดเส้นทางกิจกรรมตามจุดประสงค์การประชุมสัมมนา เช่น พัฒนาบุคลากร สร้างทีมเวิร์ค ฝึกฝนทักษะต่าง ๆ

KORN  บล็อกเกอร์ผู้รักการท่องเที่ยวทุกลมหายใจ  จะพาไปพัก ไปกิน ไปดู และแบ่งปันกัน